อัปเดต BIND 9 แก้ช่องโหว่ 14 รายการ รวมปัญหาล่มเซิร์ฟเวอร์ผ่าน DNS over HTTPS
อินเทอร์เน็ตซิสเตมส์คอนซอร์เทียมปล่อยอัปเดต BIND 9 แก้ช่องโหว่ 14 รายการ รวมถึงช่องโหว่ที่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ล่มผ่าน DNS over HTTPS โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน
อินเทอร์เน็ตซิสเตมส์คอนซอร์เทียม หรือไอเอสซี ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เซิร์ฟเวอร์ดีเอ็นเอสแบบโอเพ่นซอร์ส BIND 9 ประกาศปล่อยเวอร์ชันอัปเดตเพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยจำนวน 14 รายการ โดยช่องโหว่หนึ่งในนั้นส่งผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์ BIND ที่ให้บริการ DNS over HTTPS หรือ DoH ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้ไม่หวังดีสามารถสั่งให้เซิร์ฟเวอร์ล่มได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน
ไอเอสซีเปิดเผยช่องโหว่เหล่านี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน ก่อนจะปล่อยแพตช์อัปเดตในเวอร์ชัน 9.20.29 และ 9.21.26 เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทั่วโลกนำไปติดตั้งแก้ไขโดยเร็ว
รายละเอียดการปล่อยอัปเดต
ไอเอสซีระบุว่า การอัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมช่องโหว่ทั้งหมด 14 รายการที่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ โดยแบ่งออกเป็นเวอร์ชัน 9.20.29 สำหรับสาขาการพัฒนาหลัก และเวอร์ชัน 9.21.26 สำหรับสาขาที่อยู่ระหว่างพัฒนา ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบเวอร์ชันที่ใช้งานอยู่และทำการอัปเกรดโดยเร็วที่สุด
ช่องโหว่ร้ายแรงบน DNS over HTTPS
ช่องโหว่ที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ ช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์ BIND ที่เปิดให้บริการ DNS over HTTPS หรือ DoH ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่เข้ารหัสการสื่อสารดีเอ็นเอสเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน โดยผู้โจมตีที่ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลยืนยันตัวตนใดๆ สามารถส่งคำขอเพียงคำขอเดียวที่มีค่า SIG ไม่ถูกต้อง เพื่อทำให้กระบวนการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ที่ชื่อ named หยุดทำงานหรือล่มทันที
ผลกระทบและความเสี่ยง
ช่องโหว่ดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทที่อนุญาตให้ผู้ไม่หวังดีที่ไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตนก่อให้เกิดการหยุดให้บริการของเซิร์ฟเวอร์ได้ ซึ่งหมายความว่าผู้โจมตีเพียงส่งคำขอที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดข้อผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้บริการดีเอ็นเอสขององค์กรหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงเว็บไซต์และบริการออนไลน์ทั้งหมดที่พึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว นอกจากนี้ การที่เซิร์ฟเวอร์ล่มบ่อยครั้งยังอาจนำไปสู่ความเสียหายด้านชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลระบบ
ผู้ดูแลระบบที่ใช้งาน BIND 9 ควรเร่งตรวจสอบเวอร์ชันที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบัน และทำการอัปเกรดไปยังเวอร์ชัน 9.20.29 หรือ 9.21.26 โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้บริการ DNS over HTTPS ควรดำเนินการแก้ไขทันที เนื่องจากเป็นช่องโหว่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยง่ายและไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน การอัปเดตเซิร์ฟเวอร์ดีเอ็นเอสอย่างสม่ำเสมอถือเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย
Reference
The Hacker News
หากสนใจสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม
💬 Line @monsteronline
☎️ Tel 02-026-6664
📩 Email [email protected]
🌐 Website mon.co.th