Back to Blog

แฮกเกอร์เจาะระบบกล้องวงจรปิด Dahua กว่า 14,500 ตัว ใช้ช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตน

นักวิจัยเผยปฏิบัติการ Operation CameraSwarm แฮกเกอร์เจาะกล้องวงจรปิด Dahua กว่า 14,500 ตัว ด้วยการโจมตีด้วยข้อมูลประจำตัวและช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตน

Sales
1 min read
แฮกเกอร์เจาะระบบกล้องวงจรปิด Dahua กว่า 14,500 ตัว ใช้ช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตน

นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จาก Hunt.io ได้เปิดเผยรายละเอียดของปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 17 มิถุนายนถึง 22 กรกฎาคม 2569 โดยแฮกเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ Dahua ได้มากกว่า 14,530 ตัว ผ่านการโจมตีด้วยข้อมูลประจำตัว ช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตนสองจุด และเทคนิคการถ่ายทอดสัญญาณแบบ Peer-to-Peer หรือ P2P

ปฏิบัติการดังกล่าวถูกตั้งชื่อรหัสว่า Operation CameraSwarm ข้อมูลการโจมตีถูกสร้างขึ้นใหม่จากไดเรกทอรีการทำงานขนาด 407 เมกะไบต์ที่ถูกเปิดเผยออกมา ซึ่งภายในประกอบด้วยไฟล์ทั้งหมด 2,616 ไฟล์ เปิดเผยให้เห็นถึงวิธีการและเครื่องมือที่แฮกเกอร์ใช้ในการโจมตีครั้งนี้อย่างละเอียด



จุดเริ่มต้นของการโจมตี


จากการตรวจสอบหลักฐานดิจิทัลที่รั่วไหลออกมา นักวิจัยพบว่าแฮกเกอร์เริ่มต้นปฏิบัติการด้วยการสแกนหาเป้าหมายที่มีช่องโหว่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์ Dahua ที่มีการตั้งค่าเปิดใช้งานบริการบางอย่างไว้ การโจมตีด้วยข้อมูลประจำตัวหรือ Credential Attack เป็นวิธีการแรกที่ใช้ โดยแฮกเกอร์พยายามเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านมาตรฐานจากโรงงานหรือรหัสผ่านที่อ่อนแอ ซึ่งผู้ใช้งานหลายรายไม่เคยเปลี่ยนมาก่อน



ช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตน


นอกจากการเดารหัสผ่านแล้ว แฮกเกอร์ยังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ข้ามการยืนยันตัวตนหรือ Authentication Bypass จำนวนสองจุด ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงระบบกล้องวงจรปิดได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนที่ถูกต้อง ช่องโหว่เหล่านี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านใด ๆ เลย ทำให้การโจมตีเป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็ว



เทคนิค P2P Relay


สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในปฏิบัติการนี้คือการใช้เทคนิคการถ่ายทอดสัญญาณแบบ P2P หรือ Peer-to-Peer Relay ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงกล้องจากระยะไกลได้สะดวก แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัตินี้ในการสร้างเครือข่ายการสื่อสารที่ซับซ้อน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับและควบคุมอุปกรณ์จำนวนมากได้พร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ



ผลกระทบและแนวทางป้องกัน


การตกเป็นเหยื่อในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานอย่างร้ายแรง กล้องวงจรปิดที่ถูกแฮกอาจถูกนำไปใช้ในการสอดแนม หรือถูกใช้เป็นฐานในการโจมตีอุปกรณ์อื่น ๆ ในเครือข่ายต่อไป ผู้ใช้งานควรเปลี่ยนรหัสผ่านจากค่าเริ่มต้นเป็นรหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกัน พร้อมทั้งอัปเดตเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอเพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตี



Reference


The Hacker News

หากสนใจสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม

💬 Line @monsteronline

☎️ Tel 02-026-6664

📩 Email [email protected]

🌐 ดูสินค้าเพิ่มเติม mon.co.th

แชทผ่าน LINE ดูสินค้าทั้งหมด