ช่องโหว่ LXD และ MicroCloud ให้ผู้โจมตีแอบอ้างตัวตนไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้
ช่องโหว่ LXD และ MicroCloud คะแนน CVSS 10.0 เปิดทางให้ผู้โจมตีแอบอ้างตัวตนไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ หากมีใบรับรองสาธารณะและเข้าถึง HTTPS API
ช่องโหว่ร้ายแรงในระบบ LXD และ MicroCloud ของ Canonical ซึ่งได้รับคะแนน CVSS 10.0 ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าสู่ระบบในฐานะไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ แม้ไม่เคยมีกุญแจส่วนตัวของไคลเอนต์ดังกล่าว ปัญหานี้จึงเกี่ยวข้องกับการสร้างตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรของคลาวเดอร์โดยตรง
เงื่อนไขการโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรู้ชื่อผู้ใช้หรือการเดาข้อมูล แต่ผู้โจมตีต้องสามารถเข้าถึง HTTPS API ของระบบบนเครือข่าย และต้องมีใบรับรองสาธารณะของไคลเอนต์ที่ต้องการแอบอ้างตัวตน เมื่อเงื่อนไขทั้งสองพร้อมกัน ผู้โจมตีจึงสามารถผ่านการตรวจสอบในฐานะไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ได้
ช่องโหว่ครอบคลุมระบบใดบ้าง
ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าช่องโหว่กระทบ LXD และ MicroCloud ซึ่งเป็นระบบของ Canonical จุดสำคัญไม่ใช่เพียงความสามารถในการเรียกใช้ API แต่เป็นการยอมให้ผู้ที่ไม่ได้ถือกุญแจส่วนตัวของไคลเอนต์เข้ามาในฐานะไคลเอนต์จริง
คำว่าไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ ในที่นี้หมายถึงไคลเอนต์ที่ระบบยอมรับว่าเป็นตัวตนที่มีสิทธิ์เข้าถึงคลาวเดอร์และเครื่องเสมือน ดังนั้น หากการตรวจสอบรับรองถูกหลอกได้ ผู้โจมตีก็จะได้รับสิทธิ์และบริบทของไคลเอนต์นั้นโดยไม่ต้องแสดงหลักฐานที่เป็นกุญแจส่วนตัว
เงื่อนไขที่ผู้โจมตีต้องทำ
เงื่อนไขแรกคือการเข้าถึง HTTPS API ผ่านเครือข่าย การมีเพียงใบรับรองสาธารณะจึงไม่เพียงพอสำหรับการโจมตีจากสถานการณ์นี้ ในทางกลับกัน การเข้าถึง API ก็ยังไม่ทำให้ผู้โจมตีสามารถแอบอ้างตัวตนได้ หากไม่มีข้อมูลรับรองที่ตรงกับไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้
เงื่อนไขที่สองคือการมีใบรับรองสาธารณะของไคลเอนต์เป้าหมาย ใบรับรองนี้เป็นข้อมูลที่ผู้โจมตีต้องนำมาใช้ประกอบกับการเข้าถึง API เพื่อให้ระบบยอมรับการเชื่อมต่อว่าเป็นไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ กุญแจส่วนตัวของไคลเอนต์จริงไม่จำเป็นสำหรับผู้โจมตีในเส้นทางนี้
การแอบอ้างตัวตนทำงานอย่างไร
เมื่อผ่านเงื่อนไขและเข้าสู่ระบบแล้ว ผู้โจมตีจะทำตัวเป็นไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ในการสื่อสารกับระบบ ไม่ใช่แค่รับสิทธิ์ดูข้อมูลแบบจำกัด แต่มีสิทธิ์เข้าถึงคลาวเดอร์และเครื่องเสมือนที่เกี่ยวข้องกับไคลเอนต์นั้น
ผลที่ตามมาจึงเป็นการเข้าถึงทรัพยากรภายในองค์กรด้วยสิทธิ์ของบุคคลหรือระบบที่เชื่อถือได้ แม้ผู้โจมตีจะไม่ได้แสดงตัวตนด้วยกุญแจส่วนตัวเหมือนเจ้าของใบรับรอง ระบบก็ยังให้การเข้าถึงแก่ผู้โจมตีในฐานะไคลเอนต์นั้น
ผลกระทบต่อคลาวเดอร์และเครื่องเสมือน
เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเป็นพิเศษกับองค์กรที่ใช้ LXD และ MicroCloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานของคลาวเดอร์ เนื่องจากความสำเร็จของการแอบอ้างตัวตนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเข้าสู่บัญชี แต่เปิดทางไปยังคลาวเดอร์และเครื่องเสมือนที่ไคลเอนต์ที่ถูกแอบอ้างมีสิทธิ์ใช้งาน
เงื่อนไขทั้งสองจึงมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึง HTTPS API หรือการได้มาใบรับรองสาธารณะของไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้ หากสภาพแวดล้อมใดทำให้ทั้งสองปัจจัยพร้อมกัน ผู้โจมตีก็มีโอกาสที่จะเข้าสู่ระบบด้วยสิทธิ์ของไคลเอนต์ที่เชื่อถือได้
ความสำคัญของคะแนน CVSS 10.0
คะแนน CVSS 10.0 สะท้อนความร้ายแรงระดับวิกฤตของช่องโหว่ เมื่อพิจารณาปัญหานี้ ความเสี่ยงไม่ได้มาจากการที่ผู้โจมตีต้องมีกุญแจส่วนตัวซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ยากกว่า แต่เกิดจากช่องโหว่ที่ทำให้ใบรับรองสาธารณะและการเข้าถึง API สามารถนำไปใช้แอบอ้างตัวตนได้
สรุปคือ ผู้โจมตีไม่ต้องควบคุมกุญแจส่วนตัวของไคลเอนต์จริง แต่ต้องเข้าถึง HTTPS API บนเครือข่ายและมีใบรับรองสาธารณะที่ตรงกับไคลเอนต์นั้น เมื่อเงื่อนไขครบถ้วน การเข้าถึงคลาวเดอร์และเครื่องเสมือนจะทำได้ภายใต้ตัวตนที่ระบบเชื่อถือได้
Reference
The Hacker News
หากสนใจสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม
💬 Line @monsteronline
☎️ Tel 02-026-6664
📩 Email [email protected]
🌐 Website mon.co.th