NGINX อุดช่องโหว่ 5 รายการ เสี่ยงรันโค้ดและบั๊ก TLS
NGINX ปล่อยเวอร์ชัน 1.30.6 และ 1.31.7 แก้ช่องโหว่ 5 รายการ รวมถึงบั๊กหน่วยความจำที่อาจนำไปสู่การรันโค้ด และช่องโหว่ TLS ที่อาจข้ามการตรวจสอบใบรับรอง
NGINX ปล่อยเวอร์ชัน 1.30.6 และ 1.31.7 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เพื่ออุดช่องโหว่ 5 รายการ โดยมีช่องโหว่หนึ่งที่ปรากฏมาตั้งแต่ทุกเวอร์ชันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2005 ซึ่งอยู่ใน NGINX มานานกว่า 20 ปี
ช่องโหว่ทั้งห้ารายการประกอบด้วยบั๊กหน่วยความจำสามรายการที่อาจทำให้กระบวนการของเวิร์กเกอร์หยุดทำงานหรืออาจเปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดจากระยะไกลได้ แต่ละช่องโหว่ต้องอาศัยการตั้งค่าคอนฟิกูเรชันเฉพาะจึงจะสามารถใช้โจมตีได้
บั๊กหน่วยความจำที่อาจนำไปสู่การรันโค้ด
F5 บริษัทผู้พัฒนา NGINX ระบุว่าช่องโหว่หน่วยความจำทั้งสามรายการอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งาน โดยในกรณีที่เลวร้ายที่สุดผู้โจมตีอาจสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์ได้ อย่างไรก็ตามการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ไม่ได้ง่าย เพราะต้องอาศัยการตั้งค่าเฉพาะในระบบ
ผู้ดูแลระบบที่ใช้งาน NGINX ควรตรวจสอบการตั้งค่าของตนเองว่าเข้าข่ายเงื่อนไขที่จะถูกโจมตีหรือไม่ และควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยเร็วที่สุดเพื่อลดความเสี่ยง
ช่องโหว่ TLS ที่อาจข้ามการตรวจสอบใบรับรอง
ช่องโหว่ที่สี่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเซสชัน TLS ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถหลีกเลี่ยงขั้นตอนการตรวจสอบใบรับรองของไคลเอนต์ได้ ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อระบบที่ใช้ TLS สำหรับยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน
ช่องโหว่ TLS ดังกล่าวมีความร้ายแรงเนื่องจากอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่ได้รับการป้องกันโดยไม่ได้รับอนุญาต การอัปเดตแพตช์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับระบบที่มีการใช้งาน TLS กับการยืนยันตัวตนไคลเอนต์
ช่องโหว่ที่อยู่ใน NGINX มานานกว่า 20 ปี
หนึ่งในช่องโหว่ทั้งห้ารายการปรากฏอยู่ใน NGINX ทุกเวอร์ชันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2005 ซึ่งหมายความว่าช่องโหว่นี้อยู่ในโค้ดของ NGINX มานานกว่า 20 ปี ก่อนที่จะถูกค้นพบและแก้ไข
ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมสูงและถูกใช้งานอย่างแพร่หลายอย่าง NGINX ก็อาจมีช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่เป็นเวลานาน
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลระบบ
ผู้ดูแลระบบที่ใช้งาน NGINX ควรดำเนินการอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.30.6 หรือ 1.31.7 โดยเร็ว เนื่องจากช่องโหว่เหล่านี้มีความร้ายแรงในระดับที่อาจนำไปสู่การรันโค้ดจากระยะไกลและการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบใบรับรอง TLS
นอกจากการอัปเดตแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบการตั้งค่าคอนฟิกูเรชันของตนเองเพื่อประเมินว่าเข้าข่ายเงื่อนไขที่จะถูกโจมตีจากช่องโหว่หน่วยความจำหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการใช้งาน TLS กับการยืนยันตัวตนไคลเอนต์ว่ามีการตั้งค่าอย่างถูกต้องหรือไม่
Reference
The Hacker News
หากสนใจสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม
💬 Line @monsteronline
☎️ Tel 02-026-6664
📩 Email [email protected]
🌐 Website mon.co.th