นักวิจัยพบช่องโหว่ 84 จุดในเครือข่าย 4G และ 5G เสี่ยงถูกดักจับเซสชัน
นักวิจัยค้นพบช่องโหว่ 84 จุดในเครือข่าย 4G และ 5G ที่อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ DoS และการดักจับเซสชัน ต้องเร่งแก้ไขเพื่อความปลอดภัย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง ประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยผลการศึกษาที่พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจำนวนมากในเครือข่ายหลักของระบบ 4G และ 5G โดยช่องโหว่เหล่านี้จัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงในวงกว้าง ซึ่งหากถูกโจมตีอาจนำไปสู่การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ หรือที่เรียกว่า DoS รวมถึงการดักจับเซสชันของผู้ใช้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมเซสชันเครือข่ายของผู้ใช้ได้
ช่องโหว่ 84 จุดที่พบในแกนเครือข่าย
ทีมวิจัยจากสิงคโปร์ได้ทำการศึกษาความปลอดภัยของแกนเครือข่าย 4G และ 5G อย่างละเอียด และพบช่องโหว่รวมทั้งหมด 84 จุด โดยช่องโหว่เหล่านี้ครอบคลุมในหลายส่วนของระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้รองรับการสื่อสารของเครือข่ายมือถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นแกนกลางของเครือข่ายที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลและการเชื่อมต่อของผู้ใช้
ช่องโหว่ที่พบมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไป แต่ที่สำคัญคือมีช่องโหว่บางรายการที่สามารถเปิดทางให้ผู้โจมตีทำการดักจับเซสชัน หรือที่เรียกว่า session hijacking ได้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้โดยตรง
การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการและดักจับเซสชัน
ช่องโหว่ประเภทที่สร้างความกังวลมากที่สุดคือช่องโหว่ที่นำไปสู่การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (DoS) ซึ่งผู้โจมตีสามารถทำให้เครือข่ายไม่สามารถให้บริการตามปกติได้ ส่งผลให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงบริการเครือข่ายได้ชั่วคราวหรือถาวร ซึ่งอาจกระทบต่อการสื่อสารในวงกว้าง
นอกจากนี้ ยังมีช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับการดักจับเซสชันซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่า เนื่องจากผู้โจมตีสามารถแทรกแซงการสื่อสารระหว่างผู้ใช้กับเครือข่าย และอาจเข้าควบคุมเซสชันของผู้ใช้ได้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญอาจรั่วไหลได้
กลุ่มช่องโหว่ในวงกว้างที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้
นักวิจัยระบุว่าช่องโหว่ที่พบนี้จัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงแบบกว้าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงจุดบกพร่องเล็กน้อย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายส่วนของสถาปัตยกรรมเครือข่าย ส่งผลให้ผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ใช้งานต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและอัปเดตความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
การที่ช่องโหว่กระจายตัวในหลายองค์ประกอบของเครือข่าย ทำให้การป้องกันทำได้ยากขึ้น และจำเป็นต้องมีการประเมินความเสี่ยงและการแก้ไขอย่างเป็นระบบ การเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
แนวทางป้องกันและข้อเสนอแนะสำหรับผู้ใช้งาน
แม้จะยังไม่มีรายละเอียดการแก้ไขช่องโหว่ที่ชัดเจน แต่ผู้ให้บริการเครือข่ายและองค์กรที่ใช้โครงสร้างพื้นฐาน 4G และ 5G ควรตรวจสอบระบบของตนอย่างละเอียด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นแกนเครือข่าย และติดตามการอัปเดตด้านความปลอดภัยจากผู้ผลิตอุปกรณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แม้จะไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยของเครือข่ายได้โดยตรง แต่ควรหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ และใช้ช่องทางที่ปลอดภัย เช่น VPN เมื่อต้องทำธุรกรรมสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกดักจับข้อมูล โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้เครือข่าย 4G หรือ 5G ในการเข้าถึงบริการออนไลน์
การค้นพบช่องโหว่ในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้เทคโนโลยีเครือข่ายจะก้าวหน้าแต่ความปลอดภัยก็ยังเป็นความท้าทายที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และการร่วมมือกันระหว่างนักวิจัย ผู้ให้บริการ และผู้ใช้งานจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของระบบสื่อสารในยุคดิจิทัล
Reference
The Hacker News
หากสนใจสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม
💬 Line @monsteronline
☎️ Tel 02-026-6664
📩 Email [email protected]
🌐 ดูสินค้าเพิ่มเติม mon.co.th
แชทผ่าน LINE ดูสินค้าทั้งหมด