ผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ WooCommerce Wholesale Lead Capture ฝังเว็บเชลล์ PHP
ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในปลั๊กอิน WooCommerce Wholesale Lead Capture บน WordPress เพื่ออัปโหลด PHP backdoor และเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล
ผู้ไม่หวังดีกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ร้ายแรงในปลั๊กอิน WooCommerce Wholesale Lead Capture ซึ่งเป็นปลั๊กอินพรีเมียมบน WordPress ที่มีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 6,000 เว็บไซต์ เพื่อเข้าควบคุมระบบของเหยื่อ
ช่องโหว่นี้ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนสามารถอัปโหลดไฟล์อันตราย รวมถึง PHP backdoor เพื่อเข้าถึงการทำงานของเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกลได้
ลักษณะของช่องโหว่
ปลั๊กอิน WooCommerce Wholesale Lead Capture ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เจ้าของร้านค้าออนไลน์รวบรวมข้อมูลลูกค้าธุรกิจ แต่ช่องโหว่ที่พบนี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลีกเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยและอัปโหลดไฟล์เข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ได้โดยตรง
การอัปโหลดไฟล์ดังกล่าวรวมถึงสคริปต์ PHP ที่ทำหน้าที่เป็น backdoor ซึ่งเปิดทางให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเว็บไซต์ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการขโมยข้อมูล การฝังมัลแวร์ หรือการใช้เซิร์ฟเวอร์เป็นฐานในการโจมตีต่อไป
วิธีการที่ผู้โจมตีใช้
จากข้อมูลของ Wordfence บริษัทรักษาความปลอดภัยบน WordPress ระบุว่า ผู้โจมตีใช้ช่องโหว่นี้เพื่ออัปโหลดไฟล์ PHP backdoor เข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ที่ใช้ปลั๊กอินดังกล่าว เมื่อไฟล์ถูกฝังสำเร็จ ผู้โจมตีจะสามารถรันคำสั่งบนเซิร์ฟเวอร์ได้จากระยะไกล หรือที่เรียกว่า Remote Code Execution
ความรุนแรงของช่องโหว่นี้อยู่ที่การที่ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้หรือรหัสผ่านใดๆ ทำให้เว็บไซต์ที่ติดตั้งปลั๊กอินเวอร์ชันที่มีช่องโหว่ตกอยู่ในความเสี่ยงทันที
ขอบเขตของการโจมตี
Wordfence ระบุว่าได้ทำการบล็อกการโจมตีจำนวนมากจากช่องโหว่นี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ไม่หวังดีกำลังสแกนหาเว็บไซต์เป้าหมายอย่างแข็งขัน ปลั๊กอินที่มีการติดตั้งมากกว่า 6,000 เว็บไซต์ถือเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับอาชญากรไซเบอร์
เมื่อผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว พวกเขาอาจใช้เว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กเป็นช่องทางในการกระจายมัลแวร์ ขโมยข้อมูลลูกค้า หรือโจมตีระบบอื่นต่อไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะเว็บไซต์ที่ถูกเจาะเท่านั้น
สิ่งที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ควรทำ
เจ้าของเว็บไซต์ที่ใช้ปลั๊กอิน WooCommerce Wholesale Lead Capture ควรตรวจสอบเวอร์ชันของปลั๊กอินที่ติดตั้งและอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ผู้พัฒนาปล่อยแพตช์แก้ไขโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ควรตรวจสอบไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์เพื่อหาไฟล์แปลกปลอมที่อาจถูกฝังไว้
การใช้ปลั๊กอินรักษาความปลอดภัยอย่าง Wordfence หรือเครื่องมือ Web Application Firewall อื่นๆ สามารถช่วยบล็อกการโจมตีจากช่องโหว่ที่ยังไม่ได้แพตช์ได้ รวมถึงควรสำรองข้อมูลเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถกู้คืนได้หากเกิดเหตุร้ายแรง
Reference
The Hacker News
หากสนใจสินค้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม
💬 Line @monsteronline
☎️ Tel 02-026-6664
📩 Email [email protected]
🌐 Website mon.co.th