Author: Wirawan Jampakhao

CAPEX OPEX ใน IT

ในมุมมองด้านธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีในปัจจุบันนอกจากจะเป็นการขับเคลื่อนตัวธุรกิจเองให้สามารถปรับตัวไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆแล้วการดำเนินการเรื่องงบประมาณให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีก็เป็นส่วนสำคัญในบล็อคนี้เราจะมาพูดถึงเจ้าตัว CAPEX กับ OPEX ว่ามันคืออะไร รูปแบบของมันเป็นอย่างไร CAPEX (Capital Expenditures) เป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านไอทีที่หมายถึงการใช้ทุ่มทุนไปกับสินทรัพย์ถาวรขององค์กรซื้ออุปกรณ์ซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์และทรัพยากรคนที่มีความสามารถด้านนั้นเพื่อมาดูแลระบบอีกทีในระยะยาวมากกว่า1ปี หรือยาวกว่านั้น เป็นการคิดรวมค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้งานเข้าไปด้วยตลอดการใช้งาน เมื่อหมดอายุการใช้งาน จะต้องเปลี่ยนไป อุปกรณ์ไปเรื่อยๆ แต่เราจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายที่เป็นรายเดือนหรือรายปี ตัวอย่างค่าใช้จ่าย Capex IBM Power systemsIntel-based Windows serversIT Infrastructure OPEX (Operational Expenditures) ค่าใช้จ่ายในการดำเนิน อย่างในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านธุรกิจไอทีได้เปลี่ยนไป การใช้วิธีการ OPEX ผ่านการให้บริการในรูปแบบ "as-a-service” การใช้จ่ายที่ไม่ต้องจ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว แต่เป็นการซื้อตามรอบกำหนด หรือชำระตามการใช้จริง ทำให้เราเห็นข้อดีหลาย ๆอย่างในการที่จะ ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถกระจายการชำระเงินได้เป็นระยะเวลานาน และใช้เงินสดที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับโซลูชันการสร้างรายได้ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการนำ เอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้ภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว อย่างในปัจจุบันบริการซื้อคลาวด์ ที่ซื้อเฉพาะปริมาณการใช้จริง ความแตกต่างระหว่าง CAPEX กับ OPEX ในด้านเทคโนโลยี ข้อดีข้อเสียของ CAPEX รูปแบบการซื้อแบบระยะยาวโดยใช้เงินในการลงทุนจำนวนมาก เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถขององค์กร อย่างเช่น บริษัทซื้อเซิร์ฟเวอร์เป็นของธุรกิจเองก็ถือเป็นทรัพย์สินของทางองค์กรเองและด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอยู่ตลอด ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่คิดว่าจะลงทุนในระยะยาวอาจจะล้าสมัยไปก่อน นอกจากนี้การซื้อในจำนวนที่มากละจ่ายไปในราคาที่สูง บางธุรกิจยังไม่สามารถคาดการได้ว่าสิ่งที่องค์กรลงทุนมาจะรองรับการใช้งานได้ไม่คงที่ อย่างเช่น องค์กรลงซื้อ server มาจำนวนนึง ระยะเวลาผ่านไป การทำงานภายในองค์กรใหญ่ขึ้น ก็ต้องเกิดการปรับเปลี่ยนขนาดทำให้มีค่าใช้จ่ายที่พ่วงเข้ามาด้วย ฉะนั้นการเป็นเจ้าของโซลูชันนั้นๆ อาจจะทำให้รูปแบบ...

Read More
power bi 6 six

Power bi หนึ่งในตระกูล power ของ Microsoft เป็นเครื่องมือที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจในการวิเคราะห์เชิงลึกและแสดงภาพของข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการประมวลผลที่เก็บรวบรวมจากที่ต่างๆมาเพื่อนำเสนอข้อมูลที่นำไปดำเนินการได้ ซึ่งรวมการวิเคราะห์ธุรกิจการสร้างภาพข้อมูล และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก มีทั้งใช้งานฟรีและเสียเงิน Power BI Free, Pro และPremium  Business Intelligence เกี่ยวกับข้อมูลอย่างไร เทคโนโลยีที่ช่วยสรุปภาพรวมของข้อมู,ให้เข้าถึงง่ายในธุรกิจ เพื่อใช้ในการรายงานความคืบหน้า การตัดสินใจให้เหมาะสม โดย BI จะช่วยในการประมวณผลข้อมูลต่างๆ Data mining: การจัดเรียงชุดข้อมูลขนาดใหญ่โดยใช้ฐานข้อมูล สถิติ เพื่อระบุแนวโน้มและสร้างความสัมพันธ์ Querying: การได้ข้อมูลและการเข้าถึงฐานข้อมูลData preparation: การรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแห่งReporting: Descriptive analytics: การรายงานเปรียบเทียบกระบวนการทางธุรกิจในปัจจุบันและตัวชี้วัดประสิทธิภาพกับข้อมูลเพื่อติดตามประสิทธิภาพธุรกิจ  Statistical analysis: การรวบรวมผลลัพธ์จากการวิเคราะห์จากตัวเลขและการใช้สถิติเพื่อระบุแนวโน้มที่จะเกิดไมเกิดขึ้นจากข้อมูลชุดนั้นๆ  Data visualization: การสร้างภาพจากข้อมูล เป็นแผนภูมิ กราฟ ที่สามารถเข้าใจง่าย ทำไมต้องใช้ Power BI องค์กร 1.เข้าถึงข้อมูลได้จากหลายที่ Power BI ไฟล์ได้จากหลากหลายแห่ง ทำให้เราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเวลาไปกับการแปลงไฟล์หรือ มีปัญหาการ Import ไฟล์เข้ามา สามารถเชื่อมต่อเข้ากับไฟล์แหล่งข้อมูลต่างๆได้อย่างมากมาย อย่างเช่นไฟล์  Excel, CSV, XML, JSON, pdf Power bi ใช้อัลกอริทึมมีประสิทธิภาพในการบีบอัดที่เพื่อนำเข้าและแคชข้อมูลภายในไฟล์ .PBIX 2. user interface ที่เป็นมิตร ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมเคลื่อนที่หรือธุรกิจที่มีสถานที่ การออกแบบการทำงาน ของหน้าจอทำให้สิ่งต่างๆ ดึงดูดสายตา มีฟังก์ชันการลากและวางที่ง่ายดาย พร้อมด้วยคุณลักษณะที่ช่วยให้สามารถคัดลอกการจัดรูปแบบทั้งหมดผ่านการแสดงภาพที่คล้ายคลึงกัน ฟังก์ชั่นในการกดหรือขั้นตอนในการทำงานไม่ได้ซับซ้อน 3.Power...

Read More
cover E-Signature

ในโลกดิจิทัล ใครหลายๆคนเริ่มหันมาใช้งานอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น ไม่ว่าจะนักเรียนนักศึกษา องค์กร ที่ใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้าเทียบกับยุคก่อนที่อินเตอร์เน็ตยังไม่ป็นที่นิยมเนื่องจากความเร็วของอินเทอรเน็ตเองและในหลายองค์กรยังไม่ได้มีความรู้ด้านดิจิทัลมากพอมาก การทำงานภายในองค์กรยังต้องพึ่งงานเอกสาร ที่เป็นรูปแบบกระดาษอยู่ การเซ็นเอกสารยังต้องเป็นการเซ็นกระดาษเพื่อรองรับให้ถูกต้องทั้งวิธีการ และทางด้านกฎหมาย แต่ในปัจจุบันหลายๆองค์เริ่มหันมาใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์นการส่งไฟล์ต่างๆระหว่างแผนก หรือส่งข้างองค์กรก็ยังมีความง่ายมากยิ่งขึ้น บล็อกนี้เราจะมาดูกันว่า การเซ็นเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มีความสำคัญอย่างไรและจะช่วยยกระดับการทำธุรกรรมและจะช่วยผลักดันการทำงานสู่ดิจิทัลอย่างไร E-Signature คืออะไร E-Signature หรือ electronic signature เทคโนโลยีในการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ใช้แทนการลงลายมือในกระดาษ สามารถที่จะใช้รูปแบบที่เป็นตัวอักษร อักขระ ตัวเลข ในการยืนยันเจ้าของลายมือกับข้อมูลในเอกสารนั้น เพื่อการผู้เซ็นรับยอมรับกับข้อมูลเอกสาร โดยมีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของลายเซ็นไหม สิ่งที่สำคัญของการลงลายมือชื่อ คือ การทำให้สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อและแสดงความต้องการของเจ้าของลายมือชื่อเกี่ยวกับข้อความที่ตนได้ลงลายมือชื่อนั้น ๆ ในการทำธุรกรรมทางต่างๆผ่านออนไลน์ เช่น การเซ็นการอนุมัติการสั่งซื้อ electronic signature ได้มีกฎหมายรับรอง ตามพรบ. ว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปตามมาตรฐานสากล พ.ศ.2544 และฉบับเพิ่มเติม ปี2562 เราสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้ ประเภทที่ 1 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปประเภทที่ 2 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ชื่อถือได้ประเภทที่ 3 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ชื่อถือได้ ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการ ประเภทที่ 1 ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ประเภทลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบใด ๆ อาจจะเป็นในรูปแบบอักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ มีลักษณะ ตามที่กำหนดในมาตรา 9 กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตัวอย่าง เช่น การพิมพ์ชื่อไว้ท้ายเนื้อหา ของอีเมล การสแกนภาพของลายมือชื่อที่เขียนด้วยมือและแนบไปกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์การใช้สไตลัส (stylus)...

Read More

ทุกวันนี้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งใกล้ตัวเราสามารถติดต่อสื่อสารหากันได้แบบไม่มีขีดจำกัดมีข้อดีมากมายของดิจิทัลเองที่มาช่วยพลักดันให้เราใช้เทคโนโลยีการมากยิ่งขึ้น อย่างในปัจจุบันโลกได้เข้าสู่การระบาดของcovid-19 ทำให้บุคคลธรรมดารวมไปถึงธุรกิจมีการปรับตัวกันมากขึ้นหันมาใช้รูปแบบออนไลน์ในการทำงานยิ่งขึ้น ทำให้ทุกคนสะดวกสบาย แต่ความสะดวกสบายนั้นก็แฝงไปด้วยอันตราย แนวโน้มของการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีหลายรูปแบบที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ภัยพวกนี้อยู่ใกล้เรามากยิ่งขึ้น การโจมตีทางไซเบอร์ไม่ว่าจะเป็น ransomware, social engineering และ maliciousสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงได้มากเช่นกัน ถูกนำเอาข้อมูลผู้บริโภค องค์กร ไปใช้ในทางที่ผิด เมื่อถูกบุกรุก อาจทำให้ธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดและที่มีค่าใช้จ่ายสูงในการจ่ายเพื่อรักษาความปลอดภัยระบบของตน นี่คือเหตุผลที่เราจำเป็นจะต้องรู้ว่าภายในอนาคตข้างหน้าจะมีเทรนด์เกี่ยวกับ แนวโน้มการรักษาความปลอดภัย Cybersecurity มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง User Awareness ภัยคุกคามทางไซเบอร์รุนแรงขึ้นทุกวัน องค์กรจะต้องเสริมสร้างเกาะป้องกันการรักษาความปลอดภัยให้ดีมากยิ่งขึ้น มีการรักษาความปลอดภัยในองค์กรหลากหลาย อย่าง firewall แลพ potocol มากมายที่เป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลและเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนด้านความปลอดภัยได้มากที่สุดคือทรัพยากรคนหรือพนักงานภายในองค์กรเราต้องมีความรู้โดยภายในองค์กรควรมีการจัดอบรม ให้กับพนักงานได้มีความกระตือรือร้นในการศึกษาเรื่องการรักษาความปลอดภัย Cyber Security สำหรับGDPR (PDPA) กฎหมายด้านการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของสากลอย่าง GDPR การกำหนดความปลอดภัยของข้อมูลได้๔กนำมาใช้และมีผลกระทบอย่างมากต่อข้อกำหนดในการปกป้องข้อมูลทั่วโลก อย่างของประเทศไทยได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ผู้คนส่วนใหญ่ในตอนนี้กำลังให้ความสนใจและถกเถียงประเด็นในรูปแบบกฎหมายต่างๆกัน หลายๆองค์กรต้องนำเอา PDPA มาปรับใช้ในองค์กรเพื่อเก็บข้อมูลและรักษาให้กับลูกค้า บางบริษัทใช้ Firewall ในการป้องกันเข้อมูลของลูกค้า และการเก็บข้อมูลของลูกค้าเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตามข้อปฎิบัติของ PDPA ที่มีระยะเวบาในการเก็บข้อมูลในเวลาที่กำหนด และความยินยอมให้เก็บข้อมูลจากผู้ใช้งาน ก็ถือว่าป้องกันข้อมูลของผู้ใช้ แต่องค์กรเองก็ต้องมีวิธีในการจัดเก็บอย่างไรกับข้อมูลให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และเมื่อเก็บข้อมูลได้สักระยะที่กำหนดควรจะรู้ทำลายข้อมูลตามนโยบายการเก็บข้อมูลขององค์กร การส่งอีเมลฟิชชิ่งที่มีเป้าหมายทางภูมิศาสตร์ การโจมตีฟิชชิ่งในปัจจุบันแพร่หลายมากขึ้นมีผู้ตกเป็นเหยื่อจากการส่ง E-mail ฟิชชิ่งทั้งคนที่มีความรู้และไม่มีความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กดเข้าไปอ่านภายในอีเมลนั้นทำให้เกิดการขโมยข้อมูล รหัสผ่านต่างๆ รหัสบัตรเครดิต ละนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด ฟิชชิ่งปรับรูปแบบให้เหมาะสมเพื่อให้คนหลงเชื่อได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น ฟิชชิ่งมาในรูปแบบอีเมลทางธุรกิจ และยังสามารถกำหนดเป้าหมายตามภูมิศาสตร์ได้มากขึ้น และทำการส่งอีเมลฟิชชิ่งไปหาเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ การรักษาความปลอดภัยในรูปแบบ...

Read More
Microsoft365 manufacturing requirements

ในโลกการทำงานปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปอย่างรวดเร็ว องค์กรต้องการรูปแบบการจัดการงานที่รวดเร็วและสามารถเข้าถึงกันได้ในหลายๆส่วน ...

Read More

ในโลกที่เต็มไปด้วยดิจิทัล การรับและส่งข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ต ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา องค์กรขนาดเล็กจนไปถึงองค์กรขนาดใหญ่ รัฐบาล และระดับประเทศที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ในการใช้งานแต่ละบุคคลมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป องค์กรหรือบุคคลธรรมดาเองมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันเราทำธุรกรรม กิจกรรมต่างๆล้วนแต่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต และถูกเก็บเป็น Digital Footprint อยู่ตลอดเวลา และเมื่อข้อมูลไม่ถูกรักษาความปลอดภัย ผู้ไม่หวังดีจะนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด ทุกๆคนจะรู้จักกับ Cybersecurity การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เจอกันในโลกไอที และบนอินเทอร์เน็ต ในบล็อกนี้เราจะมาศึกษา cyber resilience ที่มีความแตกต่างกันออกไป Cyber Resilience คืออะไร? Cyber Resilience ถ้าแปลกันตรงตัวจะหมายความว่าความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ มีความเกี่ยวโยงกับ "สภาวะทางไซเบอร์"เป็นอย่างมาก คือการที่เราใช้และเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆบนโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา Cyber Resilience ก็คือการเตรียมตัว รับมือ กู้คืนและการตอบสนองจากภัยคุกคามแบบ end-to-endที่จะเข้ามาทำลาย และขโมยข้อมูลของคุณเองหรือภายในองค์กร อย่างเมื่อองค์กรของคุณถูกภัยคุกคามทางโลกไซเบอร์ จะถูกตรวจับ สามารถป้องกันหยุดการโจมตีการแหล่งที่มา พร้อมการกู้สภาพข้อมูลของคุณกลับมาให้สามารถใช้งานได้อีกครั้ง การทำงานของ Cyber Resilience ทำงานในการป้องกันระบบขององค์กรเองในเชิงลึกที่เริ่มตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคาม ไปจนถึงกระบวนการกู้คือระบบจากการโจมตีให้กลับมาสภาพสมบูรณ์แบบ จริงๆแล้ว Cyber Resilience มีองค์ประกอบหลักๆที่จะทำให้เกิดการกู้คืนข้อมูลได้ดังนี้ Identify ในขั้นตอนแรกเราจะต้องรู้ก่อนว่าจะมีความเสี่ยงภัยทางไซเบอร์ในองค์กรของเรามีอะไร จะส่งผลอะไรต่อองค์กรบ้างProtect การป้องกันความปลอดภัยในส่วนนี้ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญ ที่จะเป็นด่านหน้าในการรักมือกับภัยคุกคาม เริ่มตั้งแต่วางระบบ ติดตั้งอุปกรณ์ วางกลไก ในการรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงการฝึกอบรมคนในองค์กรให้มีความตระหนักต่อการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์Detect การตรวจสอบ...

Read More
microsoft share point

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าตัว SharePoint Online website เป็นแพลตฟอร์มที่ภายในองค์กรหรือผู้ใช้งานจะใช้ในการสร้างเว็บไซต์ เพื่อจัดเก็บข้อมูลและแชร์เอกสารผ่านเว็บ สามารถทำงานได้หลากหลายเช่น การสร้างเว็บไซต์ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล มีหน้าพื้นที่ทำงานร่วมกัน สามารถชวนคนอื่นเข้ามาสู่หน้าการทำงานร่วมกันได้ ขั้นตอนที่เราได้นำมานำเสนอคือขั้นตอนปรับแต่ง Online website ของคุณด้วย SharePoint มีอยู่ 5 ขั้นตอนที่นำไปใช้งานได้และง่ายมากๆ Customize logoCustomize navigationCustomize themeCustomize page layout Customize web parts Customize logo A : คลิกที่ปุ่มตั้งค่า ไปตั้งค่าที่ Site information B : แถบ site information จะโชว์หน้าแถบขึ้นมาจากนั้นเลือก Change เพื่อเปลี่ยนรูปที่ต้องการจะใช้ C : ตัวเว็บจะโชว์โลโก้ของคุณขึ้นมาCustomize navigation Customize navigation A : เปลี่ยน แถบ nav โดยกดที่ปุ่ม Edit B : หากต้องการแก้ไขลิ้งค์ที่มีอยู่ที่กด (...

Read More

ในช่วงที่ผ่านมาโลกของเราได้เจอการเปลี่ยนแปลงที่มากมายและรวดเร็ว การระบาดของโรค เศษฐกิจ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานวิธีการทำงานร่วมกันและการสื่อสารที่แตกต่างออกไป หลายๆองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดเพื่อนำมาให้ปรับภายในองค์กรให้เหมาะสม จากที่ทุกคนเห็นในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาและยังดำเนินอยู่ในปัจจุบันการทำงานภายในองค์กร จากเดิมที่พนักงานทุกคนได้เข้าออฟฟิศ เปลี่ยนมา WFH การทำงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร รูปแบบการทำงานเปลี่ยนดป็นระบบไฮบริด มากยิ่งขึ้น ทุกๆคนคงเคยได้ยินหลายๆองค์พูดถึงเรื่องการทำงาน Work from Anywhere การผสมผสานกันระหว่าง In-person กับ Remot work จะเห็นได้จากงานวิจัยของ Microsoft ในเรื่องการทำงาน 73% ของคนทำงานพบว่ามีความต้องการ Remote work ที่จะช่วยคนทำงานเชื่อมต่อกับองค์กรที่ดียิ่งขึ้น อยากให้ ทุกคนลองนึกภาพตามว่าพนักงานทุกคนสามารถที่จะทำงานภายในองค์กรสามารถสื่อสารและอัพเดตงานกันได้ภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และสร้างวัฒนธรรมให้กับองค์กรที่แตกต่าง เทคโนโลยีแพลตฟอร์มในปัจจุบัน ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น video conference แพลตฟอร์มที่ช่วยในการทำงานให้ Productivity ยิ่งขึ้น รวมไปถึง Microsoft Viva คือแพลตฟอร์มประสบการณ์ใช้งานด้านพนักงานที่รวบรวมการสื่อสาร ความรู้ การเรียนรู้ ทรัพยากร และข้อมูลเชิงลึกไว้ในโฟลว์การทำงาน ขับเคลื่อนโดย Microsoft 365 ภายใน Microsoft viva ประกอบไปด้วย โมดูลที่น่าสนใจ 4 โมดูล Viva ConectionsViva LearningViva TopicsViva Insights แต่ละโมดูลจะมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างแต่ยังสามารถเชื่อมโยงกันได้...

Read More

เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2565 ที่ผ่านมาทาง Microsoft ได้เปิดตัวแพลต์ฟอร์มในตระกูล Power Platform ชื่อว่า Power Pages ที่ถูกต่อยอดจาก Power app ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนา ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์เอง และภายในองค์กรสร้างโซลูชัน การออกแบบและสร้างเว็บไซต์ง่ายๆ ยิ่งในปัจจุบันในยุคที่ธุรกิจเติบโต และเกิดdigital transformation ในแต่ละองค์กรมีการปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้ทั่วไปจนถึงระดับprofessional Power Pages คืออะไร? Microsoft Power Pages จาก Microsoft Office 365 คือเครื่องมือ Power Page ที่เป็น Stanalone ในการสร้างและออกแบบบเว็บไซต์ง่ายๆที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดให้ยุ่งยากจนปวดหัว ถูกพัฒนามาในรูปแบบ Low- code...

Read More