Cloud

Storage

File Storage, Block Storage , Object Storage ต่างกันอย่างไร   . . File Storage, Block Storage และ Object Storage เป็นรูปแบบการจัดเก็บที่เก็บจัดระเบียบและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ โดยแต่ละรูปแบบมีความสามารถและข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน File Storage คือการจัดระเบียบและแสดงข้อมูลตามลำดับชั้นของไฟล์ในโฟลเดอร์ Block Storage จัดเก็บข้อมูลลงในการจัดระเบียบโดยข้อมูลมีปริมาณขนาดเท่า ๆ กัน และ Object Storage จะจัดการข้อมูลและเชื่อมโยงกับข้อมูลเมตาที่เกี่ยวข้อง . . File Storage [caption id="attachment_9878" align="aligncenter" width="409"] File Storage[/caption]   . เป็นระบบ Storage ที่ให้บริการข้อมูลในรูปแบบของ File และเป็นโครงสร้างตามลำดับชั้น โดยมีโฟลเดอร์และโฟลเดอร์ย่อย และสามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทางโฟลเดอร์ / ไฟล์ การจัดเก็บระดับไฟล์มีระบบลำดับชั้นที่สามารถจัดการข้อมูลจำนวนค่อนข้างน้อยได้ดี ข้อเสียคือ ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบใช้ไฟล์ต้องขยายขนาดโดยการเพิ่มระบบ มากกว่าการขยายขนาดโดยการเพิ่มความจุ . . Block Storage [caption id="attachment_9877" align="aligncenter" width="340"] Block Storage[/caption] . จัดเก็บเป็นชิ้นส่วนแยกต่างหาก ข้อมูลแต่ละบล็อกจะได้รับตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันซึ่งช่วยให้ระบบจัดเก็บข้อมูลสามารถวางข้อมูลที่มีขนาดเล็กลงได้ทุกที่ที่สะดวกที่สุด นั่นหมายความว่าข้อมูลบางส่วนสามารถจัดเก็บในสภาพแวดล้อม Linux และบางส่วนสามารถเก็บไว้ในหน่วย Windows Block Storage มักจะกำหนดค่าให้แยกข้อมูลออกจากสภาพแวดล้อมของผู้ใช้ และกระจายไปตามสภาพแวดล้อมต่างๆที่สามารถให้บริการข้อมูลได้ดีขึ้น จากนั้นเมื่อมีการร้องขอข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดเก็บข้อมูลพื้นฐานจะประกอบบล็อกข้อมูลจากสภาพแวดล้อมเหล่านี้อีกครั้งและนำเสนอกลับไปยังผู้ใช้ โดยปกติจะใช้งานในสภาพแวดล้อม Storage Area...

Read More
IaaS vs. PaaS vs. SaaS

. ระบบคลาวด์เป็นประเด็นร้อนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อผู้ประกอบการเริ่มพิจารณาเปลี่ยนธุรกิจไปใช้ระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับใช้แอปพลิเคชันหรือโครงสร้างพื้นฐาน การทำความเข้าใจความแตกต่างและข้อดีของบริการคลาวด์ต่างๆนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ . . Key Differences . 1. IaaS (Infrastructure as a Service) . IaaS คือ บริการบนคลาวด์จ่ายตามการใช้งานสำหรับบริการต่างๆ เช่นพื้นที่เก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และการจำลองเสมือน . ตัวอย่าง IaaS: Azure IaaS services, AWS EC2, Google Compute Engine (GCE) . ข้อดีของ IaaS: มีความยืดหยุ่นสูงและปรับขนาดได้สูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ผู้ให้บริการจะเป็นเจ้าของและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ต้องเสียเงินในการลงทุนครั้งแรก . เหมาะกับใคร: เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตและยังไม่เติบโตเต็มที่ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีด้วยตนเอง ต้องการความยืดหยุ่นสูงในการปรับขนาด . . 2. PaaS (Platform as a Service) . PaaS คือ เครื่องมือฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ทางอินเทอร์เน็ต มักใช้เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน . ตัวอย่าง PaaS: AWS Elastic Beanstalk, Windows Azure (ส่วนใหญ่ใช้เป็น PaaS), Google App Engine (GAE), Force.com . ข้อดีของ PaaS: มีความพร้อมใช้งานและปรับขนาดได้สูง สามารถสร้างแอพ, สร้างบริการและโซลูชันใหม่ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเน้นนักพัฒนาที่มีทักษะสูงในการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ ง่ายต่อการปรับใช้แบบไฮบริดคลาวด์ . เหมาะกับใคร: เหมาะกับองค์กรที่ต้องการสร้างแอปพลิเคชันที่กำหนดเอง, มีนักพัฒนา, ต้องการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเอง . . 3. SaaS (Software as a Service) . SaaS...

Read More
Private Cloud vs. Public Cloud vs. Hybrid Cloud

Private Cloud vs. Public Cloud vs. Hybrid Cloud เลือกประยุกต์ใช้ Cloud รูปแบบต่าง ๆ ในองค์กรได้อย่างไร ? . . Private Cloud เป็นระบบการประมวลผลหรือการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานที่ถูกจัดเก็บบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบส่วนตัว ผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่าต่างๆ ได้อย่างอิสระ รวมถึงความปลอดภัยที่มีการป้องกัน และการเข้าถึงที่ยากกว่า . ข้อดีสำหรับธุรกิจ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมาย/ความปลอดภัยการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดได้ . ข้อเสีย ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้นบางส่วนจำเป็นสำหรับการซื้อและบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ต้องใช้ทักษะที่สูงขึ้นในการใช้และใช้ประโยชน์จาก Private Cloud . เหมาะกับใคร เหมาะกับบริษัทหรือองค์กร ที่มีข้อมูลสำคัญมากๆ เช่น ธนาคารและอื่น ๆ ที่มีทีมงานพร้อมเพื่อดูแลระบบต่างๆ ของ Private Cloudลักษณะการทำงานแบบ Single User องค์กรเป็นผู้ใช้งานและดูแลเท่านั้น มี Data Center หรือมีแผนพัฒนาระบบ Data Center เพื่อตอบสนองต่อการทำธุรกิจขององค์กร . . Public Cloud รูปแบบบริการ Cloud ที่ผู้ให้บริการทำหน้าที่จัดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จำนวนมากไว้ให้ใช้ และยังดูแลทรัพยากรภายในของ Data Center ทั้งหมดให้ ผู้ใช้บริการสามารถขอแบ่งเช่าทรัพยากรไปใช้ได้ เช่น Microsoft Azure, Amazon เป็นต้น . ข้อดีสำหรับธุรกิจ รูปแบบการคิดราคาแบบจ่ายตามการใช้งาน ปรับขนาดได้ตามต้องการ ความปลอดภัยความน่าเชื่อถือ เวลาทำงานต่อเนื่อง ลดระยะเวลา Downtime หรือปัญหาระบบล่ม การบำรุงรักษาเป็นศูนย์ . ข้อเสีย อาจมีนโยบายหรือข้อกำหนดทางกฎหมายที่แพลตฟอร์มคลาวด์สาธารณะไม่สามารถปฏิบัติตามได้ . เหมาะกับใคร ...

Read More

Virtual Machine คือซอฟต์แวร์ที่ใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น RAM, Hard disk, CPU ในการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน ซึ่งจะเรียกเครื่องที่ถูกใช้ทรัพยากรว่า Host และเรียกเครื่องเสมือนว่า Guest โดยในเครื่อง Guest สามารถติดตั้งและใช้งานระบบปฏิบัติการได้เสมือนกับเป็นซอฟต์แวร์หนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงสามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่นที่แตกต่างจากระบบปฏิบัติการหลักของเครื่อง Host ได้ เช่น เครื่อง Host ใช้งาน Microsoft Windows แต่เครื่อง Guest ติดตั้ง Linux เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง Guest ได้มากกว่า 1 Guest ในเครื่อง Host เดียวกัน . Infrastructure ที่ต้องเตรียมก่อนที่จะสร้าง Virtual Machine จะประกอบไปด้วย Infrastructure Host Operating System Hypervisor . บางผู้พัฒนาจะพัฒนา Software ของตัวเองให้รวมเอาทั้ง Host OS และ Hypervisor เข้าด้วยกันเลย เรานิยาม Software แบบนี้ว่า Type -1 Hypervisor ที่นิยมใช้กันในไทยก็มี VMware ESXi, Microsoft Hyper-V ,...

Read More

5 เหตุผลที่ควรใช้ Cloud Backup . . การสำรองข้อมูลบนคลาวด์คืออะไร? . การสำรองข้อมูลบนคลาวด์หรือที่เรียกว่า การสำรองข้อมูลออนไลน์หรือการสำรองข้อมูลระยะไกลเป็นกลยุทธ์ในการส่งสำเนาของไฟล์หรือฐานข้อมูลจริงหรือเสมือน ไปยังตำแหน่งรองนอกสถานที่เพื่อเก็บรักษาในกรณีที่อุปกรณ์ขัดข้องหรือเกิดภัยพิบัติ เซิร์ฟเวอร์สำรองและระบบจัดเก็บข้อมูลมักจะโฮสต์โดยผู้ให้บริการ(บุคคลที่สาม) ซึ่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมลูกค้าสำรองตามพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ความจุที่ใช้แบนด์วิดท์การส่งข้อมูล จำนวนผู้ใช้จำนวนเซิร์ฟเวอร์ หรือจำนวนครั้งที่ข้อมูลที่ได้เข้าถึงแล้ว . การใช้การสำรองข้อมูลบนคลาวด์สามารถช่วยหนุนกลยุทธ์การปกป้องข้อมูลขององค์กรได้โดยไม่ต้องเพิ่มภาระงานของเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ผลประโยชน์ด้านการประหยัดแรงงานอาจมีความสำคัญและเพียงพอสำหรับการพิจารณาเพื่อยอมจ่ายเพิ่มเติมบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสำรองข้อมูลบนคลาวด์เช่นค่าบริการส่งข้อมูล . . 5 เหตุผลที่ควรใช้ Cloud Backup .. 1. ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ การใช้การสำรองข้อมูลนั้นคุ้มค่าสำหรับองค์กรต่างๆ เนื่องจากสามารถทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วได้อย่างราบรื่น ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ใดๆ และจะสำรองไฟล์ที่สำคัญแต่ละไฟล์ เมื่อการสำรองข้อมูลเสร็จสมบูรณ์จะจัดเก็บไฟล์ที่เข้ารหัสไว้ที่ศูนย์ข้อมูลนอกสถานที่ กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์โดยไม่ต้องให้ บริษัทของคุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ .. 2. ความปลอดภัยในการถ่ายโอนไฟล์ การใช้การสำรองข้อมูลบนคลาวด์ที่มีความปลอดภัยสูง ให้การป้องกันที่ดีที่สุดและมีความน่าเชื่อถือมากกว่าข้อมูลสำรองและบริการกู้คืนอื่น ๆ ผู้ใช้งานสามารถกู้คืนข้อมูลที่สูญหายได้อย่างรวดเร็วในเวลาหรือสถานที่ใดก็ได้ การปกป้องไฟล์งานที่สำคัญของผู้ใช้งาน ไฟล์แต่ละไฟล์จะถูกเข้ารหัสก่อนที่จะส่งไปยังศูนย์ข้อมูลนอกสถานที่ แฮกเกอร์จะไม่สามารถเจาะไฟล์เหล่านี้ได้และไฟล์เหล่านี้จะถูกส่งอย่างปลอดภัยจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ใช้งานไปยังศูนย์ข้อมูล .. 3. ลดต้นทุน ลดต้นทุนในการการใช้บริการระบบคลาวด์เป็นโซลูชันต้นทุนต่ำสำหรับการป้องกันไฟล์ การสูญเสียข้อมูลที่มีค่าอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายและใช้เวลานาน  เทคโนโลยีคลาวด์ช่วยให้องค์กรของผู้ใช้งานสามารถกู้คืนข้อมูลและคุณสำรองไฟล์สำคัญได้เร็วขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยลง นอกจากนี้ ข้อมูลยังสามารถกู้คืนได้ในอัตราที่เร็วกว่าการกู้คืนด้วยตนเอง .. 4. จัดการทรัพยากรไอทีได้ดีขึ้น เทคโนโลยีคลาวด์ช่วยให้ทีมไอทีของคุณมุ่งเน้นไปที่งานที่สำคัญมากขึ้นและทำงานได้มากขึ้น การใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์และช่วยให้พนักงานของคุณทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในทางกลับกัน บริษัท ที่ไม่ใช้เทคโนโลยีคลาวด์จะเสียเปรียบอย่างรุนแรง .. 5. ปรับปรุงการป้องกันการปฏิบัติตามข้อกำหนด บริษัท ต่างๆมักมองหาวิธีที่ดีกว่าในการปรับปรุงการป้องกัน การสำรองข้อมูลในศูนย์ข้อมูลหลายแห่งช่วยป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกหรือภัยธรรมชาติได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการคัดลอกไฟล์ไปยังไดรฟ์อื่นด้วยตนเอง . ..ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานได้ประเมินความต้องการในการสำรองข้อมูลและการกู้คืนขององค์กรอย่างรอบคอบ การเลือกผู้ให้บริการที่มีศักยภาพและเหมาะกับแพลตฟอร์มการสำรองข้อมูลขององค์กร ความอยู่รอดของธุรกิจขององค์กรอาจขึ้นอยู่กับมัน         ใ ใ ใ ใ สอบถามข้อมูล พร้อมให้คำปรึกษา DRaaS ติดต่อบริษัท มอนสเตอร์ คอนเนค โทร 02 392 3608 หรือ Line: @monsterconnect . . . . . Reference: https://www.idealstor.com/2017/08/02/seven-benefits-of-cloud-backup / https://searchdatabackup.techtarget.com/definition/cloud-backup  ...

Read More

. . Disaster Recovery As-a-Service . ค่าใช้จ่ายในการลงทุนล่วงหน้าเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการตามแผนการกู้คืนระบบที่มีประสิทธิภาพ การทำมิเรอร์โครงสร้างพื้นฐานไปยังสถานที่รองมีราคาแพงมากซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นผู้บริหารด้านไอทีมักจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการชักชวนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักจัดสรรงบประมาณด้านไอทีในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดขึ้น . โชคดีที่การเกิดขึ้นของคลาวด์คอมพิวติ้งในไอทีกระแสหลักทำให้เห็นว่าแนวคิดการกู้คืนระบบในระบบคลาวด์ประสบผลสำเร็จ หรือที่เรียกว่า Disaster Recovery-as-a-service (DRaaS) บริการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการใช้สภาพแวดล้อมระบบคลาวด์สาธารณะเสมือนเพื่อจำลองปริมาณงานขององค์กรและสำรองข้อมูล . ตอนนี้เรามาดูตัวเลือกการกู้คืนระบบสำหรับ Azure และ AWS กัน . . AWS CloudEndure vs. Azure Site Recovery Workload support . AWS CloudEndure สร้างขึ้นเพื่อปกป้องฐานข้อมูล บริการนี้ทำงานร่วมกับ Oracle, MySQL และ Microsoft SQL Server รวมถึงแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่เลือก ได้แก่ SAP, Microsoft Exchange Server และ Microsoft Internet Information Services องค์กรยังสามารถใช้บริการเพื่อปกป้องเวิร์กโหลดเสมือนประเภทอื่น ๆ ได้โดยให้บริการการจำลองแบบสำหรับ VM . Azure Site Recovery ให้การจำลองแอปพลิเคชันสำหรับแอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft เช่น Exchange Server, SQL Server, SharePoint Server และ Dynamics นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับ Active Directory และผู้จำหน่ายบุคคลที่สามหลายรายเพื่อให้การสนับสนุนสำหรับแอปพลิเคชันทางธุรกิจทั่วไปรวมถึง SAP, Oracle, Red...

Read More

. . . . ERP คืออะไร? . ระบบ ERP เป็นการวางแผนทรัพย์กรขององค์กรซึ่งจะครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ การวางแผนและการจัดการฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆไว้ในที่เดียวกันเพื่อให้เป็นระบบมาตรฐานเดียว ในการใช้งานที่รวดเร็วและให้องค์กรนั้นได้มีการบริหารและการใช้ ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น .  Data Analytics เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินสามารถวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเพื่อให้เข้าใจถึงปัญหา หรือพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้องค์กรนั้นสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อธุรกิจให้มีประสิทธิมากยิ่งขึ้น . ในปัจจุบันระบบ ERP ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริม Data Analytics ในองค์กรภาคธุรกิจกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในภาคธุรกิจนั้นก็ได้นำเทคโนโลยี Data Analytics นั้นเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และยังสามารถแปลงข้อมูลต่างๆ ให้กลายเป็นผลวิเคราะห์เชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในระบบ ERP . . On-premise ERP ได้รับการติดตั้งและจัดการโดยเจ้าหน้าที่ไอทีของ บริษัท หรือผู้ให้บริการที่มีการจัดการ ธุรกิจอนุญาตให้ใช้งานแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์หลักล่วงหน้าจากนั้นซื้อหรือเช่าเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรเครือข่ายและที่เก็บข้อมูลเพื่อใช้งานจริงและเป็นที่เก็บซอฟต์แวร์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจที่ใช้ ERP ในองค์กรต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการบำรุงรักษาการแก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์เสริมการอัปเดตและการปรับแต่ง ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและความปลอดภัยตลอดจนระบบจัดเก็บข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์สำรองก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จำเป็นเช่นกัน . . Cloud ERP ได้รับการโฮสต์และจัดการโดยผู้ขายซึ่งจัดหาซอฟต์แวร์ในรูปแบบ "เป็นบริการ" ผ่านระบบคลาวด์ ผู้จำหน่ายเป็นผู้รับผิดชอบแอปพลิเคชันการจัดเก็บข้อมูลระบบปฏิบัติการพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์โครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูลทางกายภาพและการติดตั้งการอัปเดตความปลอดภัยและการอัปเกรด . . ในความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง on-premises และ cloud ERP คือการทำงานของซอฟต์แวร์ และใครเป็นคนจัดการ แต่ก็มีข้อแตกต่างที่สำคัญอื่น ๆเช่นกัน . . โครงสร้างพื้นฐานและต้นทุนการดำเนินงาน . ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของโซลูชัน ERP บนคลาวด์คือต้นทุนโดยรวมที่ลดลงซึ่งเริ่มต้นที่การนำไปใช้งาน ด้วย On-premise ERP ธุรกิจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในการซื้อเซิร์ฟเวอร์การสร้างฐานข้อมูลการใช้งานครั้งแรก ทั้งยังมีเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการสำรองข้อมูล . บริษัท ที่มีระบบ On-premise ERP จะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการบำรุงรักษาทรัพยากรเฉพาะในองค์กรหรือในการโทรการอัปเกรดและการอัปเดตรวมถึงเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมเมื่อบริษัทเติบโตขึ้น โดยทั่วไป Cloud ERP จะมีราคาน้อยกว่า ERP ในองค์กรประมาณ 30% เนื่องจากผู้จำหน่ายระบบคลาวด์ ERP...

Read More

. . . Microsoft Azure Backup Service . Azure Backup มีสามตัวเลือกหลักที่สามารถใช้ในการสำรองฐานข้อมูล ได้แก่ blob storage, Azure Backup, และ Azure Site Recovery. .. 1. blob storage ผู้ใช้งานสามารถใช้บริการพื้นที่จัดเก็บ Binary Large Objects (Blob) เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลมาตรฐานหรือการสำรองข้อมูล(backup) ที่เก็บข้อมูล Blob ได้รับการออกแบบมาสำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจำนวนมากซึ่งรวมถึงรูปภาพ ข้อความ วิดีโอ หรือข้อมูลไบนารี . มีพื้นที่จัดเก็บสามระดับที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้จาก Blob storage: . Hot Access Tier - มีประโยชน์สำหรับข้อมูลที่เข้าถึงบ่อยหรือต้องการการเข้าถึงได้ทันที เป็นการแลกกับต้นทุนการจัดเก็บที่สูงขึ้นเพื่อลดต้นทุนการเข้าถึง . Cool Access Tier - มีประโยชน์สำหรับข้อมูลที่เก็บไว้อย่างน้อย 30 วัน แต่ไม่มีการเข้าถึงเป็นประจำ แลกกับความเร็วที่ลดลงในการดึงข้อมูลเพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บ . Archive Access Tier - มีประโยชน์สำหรับข้อมูลที่จัดเก็บในระยะยาว (180+ วัน) และไม่เคยเข้าถึงหรือแทบไม่ได้เข้าถึง มีต้นทุนการจัดเก็บที่ต่ำที่สุด แลกกับเวลาในการเข้าถึงที่ช้าลง และค่าใช้จ่ายในการดึงข้อมูลที่สูงขึ้น . . 2. Azure Backup . [caption id="attachment_9519" align="aligncenter" width="801"] Azure Backup[/caption] . Azure Backup เป็นบริการในตัว สำหรับการสำรองข้อมูลแบบ On-premise และเครื่องเสมือน...

Read More

  ภาพรวมความแตกต่าง . AWS ไม่เปิดกว้างสำหรับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ส่วนตัวหรือบุคคลที่สาม . Azure เปิดให้ใช้กับระบบไฮบริดคลาวด์ . AWS มีคุณสมบัติและการกำหนดค่าเพิ่มเติมและมอบความยืดหยุ่นพลังและการปรับแต่งมากมาย พร้อมรองรับการรวมเครื่องมือของบุคคลที่สามจำนวนมาก . Azure ผู้ใช้จำเป็นต้องเลือกฮาร์ดดิสก์เสมือนเพื่อสร้าง VM ซึ่งได้รับการกำหนดค่าล่วงหน้าโดยบุคคลที่สาม ผู้ใช้ต้องระบุจำนวนคอร์และหน่วยความจำที่ต้องการ . AWS ผู้ใช้ EC2 [Amazon Elastic Compute] สามารถกำหนดค่า VMS ของตนเองหรืออิมเมจที่กำหนดค่าไว้ล่วงหน้า . Azure ใช้งานง่ายหากคุณคุ้นเคยกับ Windows เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม Windows การรวมเซิร์ฟเวอร์ Windows ในองค์กรเข้ากับอินสแตนซ์ระบบคลาวด์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดนั้นค่อนข้างง่าย . AWS เป็นไปตามรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานและการเรียกเก็บเงินต่อชั่วโมง . Azure ยังเป็นไปตามรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานและค่าบริการต่อนาทีซึ่งให้รูปแบบการกำหนดราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น . AWS นำเสนอคลาวด์ส่วนตัวเสมือนเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายแยกต่างหากภายในคลาวด์ . Azure นำเสนอเครือข่ายเสมือนซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายแยกเครือข่ายย่อยตารางเส้นทางช่วงที่อยู่ IP ส่วนตัวเช่นเดียวกับ AWS . AWS นำเสนอพื้นที่เก็บข้อมูลชั่วคราวซึ่งสามารถกำหนดได้เมื่ออินสแตนซ์เริ่มต้น จากนั้นจะทำลายเมื่อสิ้นสุดการทำงาน, S3 [Simple Storage Service] ใช้สำหรับจัดเก็บอ็อบเจ็กต์ . Azure นำเสนอที่เก็บข้อมูลชั่วคราวโดยบล็อกที่เก็บข้อมูลผ่านเพจ Blobs สำหรับ VMs และ Block Blobs สำหรับที่เก็บอ็อบเจ็กต์ . . Computing . AWS ใช้เซิร์ฟเวอร์ของตนเองในการคำนวณประมวลผลและคำนวณในชุดข้อมูลทั้งหมด สามารถปรับขนาดเป็นหลายพันโหนดการประมวลผลด้วยความช่วยเหลือของผู้ให้บริการคลาวด์ตามความต้องการของตัวเอง (ไม่ใช่ของลูกค้า) AWS ใช้ Elastic Compute Cloud (EC2) เป็นโซลูชันหลักสำหรับการประมวลผลที่ปรับขนาดได้และสำหรับการจัดการคอนเทนเนอร์ซอฟต์แวร์ด้วย Docker หรือ Kubernetes ซึ่งใช้ UCS Container Service และรีจิสทรีคอนเทนเนอร์ EC2 . Azure...

Read More