Microsoft

DaaS vs. VDI แตกต่างกันอย่างไร? . โลกแห่งการทำงานต้องการที่จะตัดขาดจากโต๊ะทำงานแทนที่จะอาศัยความสามารถในการเข้าถึงระยะไกลสำหรับสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อป เพื่อให้มีความสามารถเหล่านี้ IT ได้เห็นตัวเลือกการจำลองเสมือนบนเดสก์ท็อปแพร่หลายมากขึ้น . การจำลองเสมือนบนเดสก์ท็อปช่วยให้ไอทีสามารถปรับใช้ระบบปฏิบัติการที่โฮสต์กับไคลเอ็นต์ระยะไกลได้ มีหลายวิธีในการใช้งานเดสก์ท็อปเสมือนรวมถึง virtual desktop infrastructure (VDI) และ desktop as a service (DaaS) เทคโนโลยีทั้งสองสามารถช่วยให้องค์กรสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจให้กับพนักงานที่อยู่ห่างไกล และเสนอความสามารถในการปรับขนาดขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วเมื่อฐานของพนักงานเปลี่ยนไป จากมุมมองของผู้ใช้วิธีการเหล่านี้จะประสบความสำเร็จมากที่สุดเมื่อมอบประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกันกับที่ผู้ใช้จะได้รับจากเดสก์ท็อปในเครื่อง . ผู้ดูแลระบบไอทีควรเปรียบเทียบ Daas กับ VDI เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองแนวทางนี้และพิจารณาว่าแนวทางใดเหมาะสมกับองค์กรของตน . . Virtual Desktop Infrastructure คืออะไร? . Infrastructure (VDI) ซึ่งทำงานโดยการเรียก desktop มาจากเซิร์ฟเวอร์ หรือ จาก data center โดย desktop ที่อยู่ภายใน virtual machines นั้นเราจะเรียกมันว่า virtual desktop ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง virtual desktop ได้จาก PC ธรรมดาหรือ thin client หรือผ่าน remote protocol และการทำงานของแต่ละคนก็จะเป็นชนิดที่แยกกันอย่างอิสระ . . ข้อดีข้อเสียของ VDI . VDI สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับ บริษัท ที่มีฐานพนักงานจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากฝ่ายไอทีสามารถปรับใช้เดสก์ท็อปเสมือนที่ใช้ร่วมกันหรือรวมกลุ่มซึ่งลดจำนวนเดสก์ท็อปโดยรวมในองค์กรได้ การจัดการแบบง่ายมักเป็นประโยชน์ของ VDI กลุ่มผู้ใช้สามารถแชร์เดสก์ท็อปเสมือนหรือไอทีสามารถปรับใช้เดสก์ท็อปได้โดยไม่ต้องปรับแต่งมากนัก ในทางกลับกันเดสก์ท็อปเสมือนอาจส่งผลให้ผู้ใช้ร้องขอความช่วยเหลือมากขึ้นหากไม่คุ้นเคยกับซอฟต์แวร์หรือมีปัญหาในการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง . . DaaS คืออะไร? . DaaS คล้ายกับ VDI...

Read More
M365 vs Gsuite

Microsoft 365 Vs Google Workspace ต่างกันอย่างไร . Microsoft 365 และ Google Workspace เป็นเครื่องมือการทำงานร่วมกันที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดของ Fortune 500 ทั้งสองเป็นแบบ Subscription โดยค่าใช้จ่ายเป็นต่อคน โดยมีวัตถุประสงค์ที่คล้ายกัน  ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันสื่อสารทำงานจากการสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการทำงานของทีมในขณะที่รักษาระบบและความปลอดภัยของข้อมูล แตกต่างกันที่คุณสมบัติ ราคา และความเหมาะสมกับธุรกิจขององค์กร . Microsoft 365 Vs Google Workspace ต่างกันอย่างไร? . Microsoft 365 และ Google Workspace เป็นเครื่องมือการทำงานร่วมกันที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดของ Fortune 500 ทั้งสองเป็นแบบ Subscription โดยค่าใช้จ่ายเป็นต่อคน โดยมีวัตถุประสงค์ที่คล้ายกัน  ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันสื่อสารทำงานจากการสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการทำงานของทีมในขณะที่รักษาระบบและความปลอดภัยของข้อมูล แตกต่างกันที่คุณสมบัติ ราคา และความเหมาะสมกับธุรกิจขององค์กร . Microsoft 365 Vs Google Workspace - ใช้เว็บหรือแอป? . Microsoft 365 สามารถเข้าถึงทั้งบริการบนเดสก์ท็อป Windows, Linux และ MacOS และ Office Online แอปพลิเคชันจึงนำเสนอแอปสำหรับอุปกรณ์ iOS, iPad OS และ Android . Google Workspace ไม่มีบริการบนเดสก์ท็อป จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทีม ...

Read More
WFH Microsoft

Work form Home ไปกับ Microsoft 365 ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยสถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ระบาดไม่หยุด การทำงานแบบ Work form Home เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ธุรกิจเดินต่อได้ไม่สะดุด ใน Microsoft 365 for Business คุณจะได้ใช้งานแอปพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด มากมายที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานในยุคใหม่ ที่ต้องทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาและทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Windows , IOS หรือ Android และข้อมูลทั้งหมดสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ผ่าน Cloud อย่างเช่น Microsoft Team คุณจะทำงานร่วมกันได้อยา่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูง สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวและมอบประสบการณ์ทำงานร่วมกันที่ราบรื่นกับแอป แชท วีดีโอ ประชุมออนไลน์ และเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ขององค์กรณ์ได้หรือเปลี่ยนรูปแบบเอกสารกระดาษให้เป็นดิจิทัลด้วย Microsoft Forms หรือปรับประบวนการทางธุรกิจในทุกวันให้เป็นแบบอัตโนมัติด้วย Power Automate เพราะ Microsoft 365 ในวันนี้ไม่ได้มีแค่ Word , Excel หรือ PowerPoint   สำหรับองค์กรที่สนใจ Microsoft 365 เพื่อการปรับตัวเปลี่ยนมาทำงาน Work form Home สามารถพูดคุยกับทางบริษัท Monsterconnect ผ่านช่องทาง http://line.me/ti/p/[email protected] สนใจทดสอบ หรือสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับ Cyber Security ติดต่อ...

Read More

Microsoft 365 ช่วยองค์กรปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร Microsoft 365 ช่วยองค์กรปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร   เตรียมความพร้อม สําหรับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   ปัจจุบันการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นประเด็นที่ทุกประเทศทัวโลกตระหนักและให้สําคัญ โดย ่ประเทศไทยเองก็ได้ตราเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่ต่อไปนี้จะเรียกว่าPDPA(Personal Data Protection Act 2019)สาระสําคัญของ PDPA นันไม่ได้ห้ามไม่ให้องค์กร ้ต่างๆ ใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคล เพียงแต่จะต้องอธิบายการใช้ข้อมูลได้ตามฐานทางกฎหมาย และมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยกับข้อมูลดังกล่าวให้เพียงพอเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ได้กําหนดหน้าที่ต่างๆ กับองค์กรที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้หลายประการ เช่น การประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนการใช้ข้อมูลเท่าที่จําเป็น การดําเนินการตามคําขอของเจ้าของข้อมูล การขอสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลการขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง หรือการที่จะต้องแจ้ง ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น   ขันตอนสู่การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อช่วยองค์กรในการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ไมโครซอฟท์จึงได้พัฒนาชุดเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรที่ใช้งาน Microsoft 365 สามารถปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่าง สมบูรณ์แบบ โดยขันตอนการจัดการข้อมูล ้ส่วนบุคคลในองค์กร ขอแบ่งเป็น 4 กระบวนการประกอบด้วย 1. การตรวจสอบและจําแนกประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีในองค์กร (Discover) เครื่องมือที่อยู่ภายใต้ Info Protection &Governance ได้แก่ Sensitive Info Typeที่ช่วยกําหนดประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กร มีการจัดเก็บ จากนันเราสามารถทําการค้นหาด้วย ้Content Explorer ระบบจะสามารถสแกนหาข้อมูลส่วนบุคคลที่กระจายอยู่ในระบบไอทีส่วนต่างๆขององค์กรไม่ว่าจะอยู่ใน Office...

Read More
ตอบโจทย์ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ด้วย Microsoft 365

ตอบโจทย์ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ด้วย Microsoft 365   . . ในยุค "data is the new oil” ข้อมูลลูกค้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ การเก็บข้อมูลลูกค้ากลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ลูกค้าเองก็มีความตื่นตัวเรื่องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในปีที่ผ่านมา มีกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act หรือ PDPA) ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การเก็บและรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่องค์กรนำมาเก็บไว้ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 นี้ ปัญหาคือประเทศไทยไม่มีเคยมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลลักษณะนี้มาก่อน องค์กรต่าง ๆ ควรปรับตัวเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้ . . กฎหมาย PDPA ของไทยที่ถอดแบบมาจาก GDPR ของยุโรป ที่ผ่านมา องค์กรมีกรอบคิดด้านการเก็บข้อมูลลูกค้าว่า แค่แจ้งเตือนให้ทราบและขอความยินยอม (notice and consent) จากลูกค้าก็เพียงพอแล้ว เราทุกคนย่อมเคยเห็นเอกสาร "เงื่อนไขและข้อตกลงการใช้งาน" (terms and condition) ที่ยาวจนเรามักจะเลื่อนผ่าน ๆ แล้วกดยอมรับครั้งเดียวจบ และในบางครั้ง หากกดไม่ยอมรับ ก็จะไม่สามารถใช้บริการนั้นได้เลย แต่การมาถึงของ GDPR (General Data Protection Regulation) กรอบกฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลของสหภาพยุโรป ได้เปลี่ยนวิธีคิดดังกล่าวไปอย่างมาก เพราะลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น...

Read More