Azure

Azure DevOps

เจาะลึกความสามารถทั้ง 5 บริการของ Azure DevOps . . Azure DevOps คืออะไร? Azure DevOps เป็นบริการจากทาง Microsoft มันคือเครื่องมือช่วยในการทำ Development Operations ตามชื่อของมันเลย ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่ DevOps Engineer must have ต้องมี อย่างที่ทราบกันดีว่า DevOps คือการเชื่อมกระบวนการพัฒนาโปรแกรม การส่งเอาขึ้นไป Deploy ให้ผู้ใช้เข้าถึงอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ไปจนถึงการติดตามสถานะการทำงานของโปรแกรมเพื่อนำกลับมาพัฒนาปรับปรุงกระบวนการพัฒนาโปรแกรม ซึ่งปัญหาของ DevOps Engineer อยู่ที่การ Deploy มันมีปัญหาที่ซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระบวนการทำงาน บางครั้ง Developer ที่เป็นผู้พัฒนา Code แต่ไม่สามารถ Deploy Code ขึ้นใช้งานเองได้ ซึ่งก็ทำให้เกิด work flow ที่ไม่ราบรื่น เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาแอป แทนที่จะได้พัฒนาแอปได้อย่างเต็มที่ แต่นักพัฒนาต้องมากังวลกับการเขียนโค้ด ดังนั้นเจ้า Azure DevOps จะมาช่วยแก้ปัญหาด้านนี้ ลดการทำงานที่ผิดพลาด และลดระยะเวลาในการทำงาน ทำให้แอปนั่นพัฒนาอย่างเต็มที่จนตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ .           ในบทความนี้เราจะพามาเจาะลึกความสามารถของทั้ง 5 บริการของ Azure DevOps ว่ามันทำอะไรได้บ้างมีประโยชน์อย่างไร จะช่วยให้ DevOps...

Read More
Citrix Virtual Apps and Desktops Standard for Azure

มาทำความรู้จักกับ Citrix Virtual Apps and Desktops service . . ปีพ.ศ. 2554 Citrix เริ่มแพร่หลายในไทย บริษัทต่างๆเริ่มหันมาใช้ในช่วงหลังจากเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีนั้น บริษัทและองค์กรต่างๆ ตระหนักถึงปัญหาในช่วงนั้นที่ไม่สามารถทำงานได้เพราะมีเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ดังนั้นองค์กรหลายแห่งต้องหาวิธีปรับตัวเพื่อให้พนักงานทำงานต่อไปได้ และธุรกิจต้องเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ Citrix เป็นที่รู้จักแพร่หลายในไทย และที่สำคัญในช่วงเดือนเมษา-พฤษภา ในปี 2564 เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในไทยเป็นระบอกที่ 3 หลายๆองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็มีนโยบายให้ Work from home ทำงานกันที่บ้าน จึงทำให้ Citrix เป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่จะช่วยให้องค์กรทำงานกันฝ่าวิกฤตโควิดได้ . . มันคืออะไร? Citrix Virtual Apps and Desktops service  คือ การ virtualization solutions ที่จะให้บุคลากรทางด้านไอทีได้ควบคุม VM, applications และ ความปลอดภัย ในขณะที่สามารถเข้าถึงที่ไหนก็ได้หรือจากอุปกรณ์ใดก็ได้ ผู้ใช้ทั่วไปนั่นสามารถใช้งาน applications และ desktops โดยไม่ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการและอินเทอร์เฟซของอุปกรณ์นั่น การใช้งานบริการ Citrix Virtual Apps and Desktops คุณสามารถส่ง virtual apps และ desktops ที่มีความปลอดภัยระดับหนึ่ง...

Read More
Azure vs Google database

เจาะลึกบริการ Database SQL ของสองแบรนด์เจ้าใหญ่ Azure vs Google Cloud . . ทุกวันนี้ความยากในการจัดการข้อมูลนั่นเพิ่มขึ้นตลอด ด้วยจำนวนข้อมูลที่เข้ามามากและความซับซ้อนต่างๆ ทำให้ยากที่จะทำข้อมูลนั่นมาใช้ประโยชน์ได้ หลายๆองค์กรจึงต้องหาทางออกในการจัดการ ดูและรักษา และนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อให้ธุรกิจนั่นเติบโตและพัฒนาได้ การใช้บริการ Database  ที่อยู่ใน Cloud Computing ก็จะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ . . Microsoft Azure SQL . เป็นบริการ Database ที่อยู่ในรูปเเบบ IaaS (Infrastructure as a Service) เเละ PaaS (Platform as a Service) ซึ่งมีบริการแบ่งออกเป็น 3 แบบดังนี้ . 1. SQL Server on Azure Virtual Machines เป็นบริการที่ให้เช่า Virtual Machine บน Server ของ Microsoft Azure ผู้ใช้งานสามารถทำการย้าย SQL Workload มายัง Azure SQL Server ได้เลยโดยที่ไม่ต้องมาเสียเวลาในการเรียนรู้ระบบใหม่ ถ้าหากยังต้องการใช้งาน SQL Server ในเวอร์ชั่นเดิมที่เคยใช้งานอยู่ก็สามารถย้ายมาใช้บน Virtual Machine ของ...

Read More
aws vs azure vs google

AWS Vs Azure Vs Google Cloud เปรียบเทียบความแตกต่าง . . หากพูดถึงเรื่อง Cloud computing แบรนด์ที่หลายๆคนคิดถึงเป็นตัวเลือกแรกๆ 3 เจ้า คือ เจ้าแรก AWS จาก Amazon เริ่มให้บริการจริงๆในปี 2006 เจ้าต่อมาเป็น Azure เป็นของบริษัท Microsoft โดยมันมีชื่อเต็มว่า Microsoft Azure เปิดตัวให้บริการในปี 2010 ถือว่าเป็นน้องใหม่ในตลาดถ้าดูจากปีที่เปิดตัว  ส่วนของ Google Cloud นั้น แน่นอนดูจากชื่อแล้วต้องเป็นของบริษัท Google อย่างแน่นอน  เปิดตังในปี 2008 วันนี้บทความของเราก็จะพามาเปรียบเทียบว่าเจ้าไหนเป็นยังไง อันไหนจะเหมาะสมกับธุรกิจของเรา . . สรุปความแตกต่าง . 1. ด้านการให้บริการ   . AWS บริการ The instances of virtual servers และ Virtual machines. ESC สำหรับการจัดการ Docker management Glacier archive storage บริการ Amazon cloud search วิเคราะห์ข้อมูลโดย Amazon Kinesis AWS...

Read More
Cloud File Storage

File Storage คืออะไร? ทำไมธุรกิจจึงควรใช้ Cloud File Storage . . ระบบคลาวด์ได้ปฏิวัติการประมวลผลแบบออนดีมานด์และโฮสติ้งสำหรับปริมาณงานจำนวนมากองค์กรจำนวนมากเห็นประโยชน์ในการแปลงค่าใช้จ่ายด้านไอทีจาก CAPEX เป็น OPEX และประโยชน์จากการมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสามารถในการปรับขนาดได้สูงตาม Traffic events . การจัดเก็บไฟล์บนคลาวด์แก้ปัญหาการจัดเก็บไฟล์ที่จำกัด การให้บริการแบบ Virtualize ส่งมอบข้อมูลคล้ายกับระบบจัดเก็บข้อมูลที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย (NAS) แบบ on-premise โดยเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชันสามารถเรียกใช้ในรูปแบบ virtualized storage ผู้ใช้สามารถ create, read, update, และ delete ได้ . . แล้วทำไมธุรกิจจึงควรใช้ Cloud File Storage? มาดูกันเลย . . Cloud File Systems สามารถปรับขนาดได้ . ข้อได้เปรียบประการแรกคือระบบไฟล์บนคลาวด์สามารถปรับขนาดได้สูง เมื่อมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วระบบไฟล์แบบคลาวด์สามารถเพิ่มพื้นที่ที่จัดสรรได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาในการซื้อและจัดเตรียมฮาร์ดไดรฟ์ให้กับ NAS และไม่จำเป็นต้องวางแผนสำหรับจุดพีคของ Storage และไม่จำเป็นต้องซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลล่วงหน้า ระบบไฟล์บนคลาวด์จำนวนมากสามารถให้พื้นที่ที่แน่นอนที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยการปรับขนาดขึ้นและลงตามการใช้งานได้ทันที . . Cloud File Systems  ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ . สำหรับผู้จำหน่ายระบบไฟล์บนคลาวด์ที่ช่วยให้คุณสามารถนำที่จัดเก็บข้อมูลที่คุณต้องการมาออนไลน์ได้ คุณจะไม่ต้องจ่ายเงินสำหรับสิ่งที่คุณไม่ได้ใช้ อย่างไรก็ตามลองพิจารณาสถานการณ์การโฮสต์ในสถานที่ซึ่งมีข้อมูลเพียง 1 PB เท่านั้นที่ถูกจัดเก็บในปัจจุบัน มีการคาดการณ์ว่าภายในหกเดือนคุณจะต้องมีพื้นที่เก็บข้อมูล 10 PB NAS ในสถานที่ของคุณจะต้องได้รับการกำหนดค่าสำหรับสถานการณ์ 10 PB นั้นแม้ว่า 90% ของพื้นที่จะไม่ได้ใช้ในวันนี้ แต่ระบบไฟล์บนคลาวด์ คุณจะจ่ายเฉพาะสิ่งที่คุณใช้วันนี้ คุณจะไม่ต้องจัดเตรียมล่วงหน้า และคุณจะไม่ติดอยู่กับอุปกรณ์มากมายหากความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลลดลง . .   Cloud File Systems สร้างขึ้นบนโปรโตคอลมาตรฐาน . มาตรฐานที่กำหนดไว้ในการสื่อสารกับ NAS ในสถานที่ของคุณยังใช้กับระบบไฟล์บนคลาวด์ได้เช่น...

Read More
Power BI

Power BI Free vs. Pro vs. Premium ต่างกันอย่างไร ใช้อะไรดี?     .  Power BI คืออะไร แล้ว License ของ Power BI มีแบบใดบ้าง และแต่ละแบบนั้นแตกต่างกันอย่างไร? . Microsoft มีบริการต่างๆ ของ Power BI อีกหลายบริการให้เราเลือกใช้งานตามรูปแบบการทำงานขององค์กร วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ Power BI แต่ละเวอร์ชั่นกันว่าสามารถใช้ในงานด้านใดได้บ้าง มาดูกันเลยค่ะ . สำหรับ Power BI นั้น จะมี 3 เวอร์ชั่นด้วยกันคือ Free, Pro และ Premium . . Power BI Service (Free) เป็น License สำหรับบุคคล (ใช้งานคนเดียว) ผู้สร้างรายงาน (Owner) ทำการสร้างรายงานจาก Power BI Desktop แล้วทำการ Publish ตัวรายงานไปเก็บไว้บน Power BI Service Owner สามารถมาใช้งานตัว Report ที่เก็บไว้บน Power BI Service ได้...

Read More
Storage

File Storage, Block Storage , Object Storage ต่างกันอย่างไร   . . File Storage, Block Storage และ Object Storage เป็นรูปแบบการจัดเก็บที่เก็บจัดระเบียบและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ โดยแต่ละรูปแบบมีความสามารถและข้อ จำกัด ที่แตกต่างกัน File Storage คือการจัดระเบียบและแสดงข้อมูลตามลำดับชั้นของไฟล์ในโฟลเดอร์ Block Storage จัดเก็บข้อมูลลงในการจัดระเบียบโดยข้อมูลมีปริมาณขนาดเท่า ๆ กัน และ Object Storage จะจัดการข้อมูลและเชื่อมโยงกับข้อมูลเมตาที่เกี่ยวข้อง . . File Storage [caption id="attachment_9878" align="aligncenter" width="409"] File Storage[/caption]   . เป็นระบบ Storage ที่ให้บริการข้อมูลในรูปแบบของ File และเป็นโครงสร้างตามลำดับชั้น โดยมีโฟลเดอร์และโฟลเดอร์ย่อย และสามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทางโฟลเดอร์ / ไฟล์ การจัดเก็บระดับไฟล์มีระบบลำดับชั้นที่สามารถจัดการข้อมูลจำนวนค่อนข้างน้อยได้ดี ข้อเสียคือ ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบใช้ไฟล์ต้องขยายขนาดโดยการเพิ่มระบบ มากกว่าการขยายขนาดโดยการเพิ่มความจุ . . Block Storage [caption id="attachment_9877" align="aligncenter" width="340"] Block Storage[/caption] . จัดเก็บเป็นชิ้นส่วนแยกต่างหาก ข้อมูลแต่ละบล็อกจะได้รับตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันซึ่งช่วยให้ระบบจัดเก็บข้อมูลสามารถวางข้อมูลที่มีขนาดเล็กลงได้ทุกที่ที่สะดวกที่สุด นั่นหมายความว่าข้อมูลบางส่วนสามารถจัดเก็บในสภาพแวดล้อม Linux และบางส่วนสามารถเก็บไว้ในหน่วย Windows Block Storage มักจะกำหนดค่าให้แยกข้อมูลออกจากสภาพแวดล้อมของผู้ใช้ และกระจายไปตามสภาพแวดล้อมต่างๆที่สามารถให้บริการข้อมูลได้ดีขึ้น จากนั้นเมื่อมีการร้องขอข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดเก็บข้อมูลพื้นฐานจะประกอบบล็อกข้อมูลจากสภาพแวดล้อมเหล่านี้อีกครั้งและนำเสนอกลับไปยังผู้ใช้ โดยปกติจะใช้งานในสภาพแวดล้อม Storage Area...

Read More
Containers vs. Virtual Machines

Containers vs. Virtual Machines ต่างกันอย่างไร . . Virtual Machines คือ เทคนิค virtualization คือการสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (virtual machine หรือ VM) ที่มีทั้งซีพียู แรม สตอเรจ ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ ขึ้นมารันบนคอมพิวเตอร์จริงๆ อีกทีหนึ่ง โดยตัวระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์เสมือน (Guest OS) จะไม่รู้ว่าตัวเองรันอยู่บน VM แต่เข้าใจว่ารันอยู่บนฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์จริงๆ วิธีการนี้ทำให้เกิดการแยกส่วน (isolation) ระหว่าง VM แต่ละตัวอย่างสมบูรณ์ สามารถรันระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันระหว่าง Guest OS กับ Host OS ได้ . ข้อเสียคือใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อน ทำงานช้า เปลืองพื้นที่เก็บ OS และซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่มักจะใช้เหมือนกันใน VM ทุกตัว . . คอนเทนเนอร์จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข้างต้น โดยมีฮาร์ดแวร์และ OS เพียงชุดเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนของการใช้ทรัพยากรลง ส่วนตัวแอพพลิเคชันและซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างกันไปก็จะมี "container" (เทียบได้กับ VM) มาครอบเพื่อแบ่งส่วนทรัพยากรไว้ไม่ให้ยุ่งกัน จุดเด่นของคอนเทนเนอร์จึงเป็นเรื่องการใช้ทรัพยากรที่น้อยกว่า virtualization มาก อิมเมจของคอนเทนเนอร์อาจมีขนาดเพียงกี่ไม่กี่สิบ MB ในขณะที่อิมเมจของ VM ต้องใช้พื้นที่ระดับหลาย GB นอกจากนี้ ระยะเวลาที่ใช้บูต, พลังซีพียูและปริมาณแรมที่ต้องใช้...

Read More

WVD vs RDS แตกต่างกันอย่างไร   [caption id="attachment_9839" align="aligncenter" width="516"] RDS vs WVD[/caption] .. . Windows Virtual Desktop (WVD) เป็นบริการ virtualization ที่ยกเอาเดสก์ท็อป ทั้งแอป ข้อมูลและไฟล์ต่าง ๆ ขึ้นไปรันเอาไว้บนคลาวด์ Microsoft Azure ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรได้จากที่บ้าน จากเครือข่ายไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องยกแล็บท็อปของพีซีกลับบ้าน และองค์กรก็ไม่ต้องเปิดเซิร์ฟเวอร์หรือพีซีของออฟฟิศเอาไว้ตลอดเวลา . . [caption id="attachment_9845" align="aligncenter" width="691"] WVD[/caption] Remote Desktop Service (RDS) คือการสร้าง Virtualization รวมถึงการนำเสนอแอปพลิเคชันเสมือนจริงแต่ละรายการให้การเข้าถึงผ่านมือถือและเดสก์ท็อประยะไกล RDS มีตัวเลือกการปรับใช้หลายอย่างรวมถึง Windows Server 2016 สำหรับการปรับใช้ในองค์กร, Microsoft Azure สำหรับการปรับใช้ระบบคลาวด์ และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการกำหนดค่าขององค์กร. . [caption id="attachment_9840" align="aligncenter" width="674"] RDS[/caption] . แล้วจะติดสินใจเลือกอย่างไรระหว่าง WVD และ RDS? . . การตัดสินใจโดยใช้เทคโนโลยี . มีเหตุผลหลายประการในการเลือก WVD แทน RDS แบบเดิม . WVD เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัยและน่าตื่นเต้นมากจาก Microsoft WVD อนุญาตให้ใช้เดสก์ท็อป Windows 10...

Read More
IaaS vs. PaaS vs. SaaS

เปรียบเทียบความแตกต่าง IaaS vs. PaaS vs. SaaS . . ระบบคลาวด์เป็นประเด็นร้อนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อผู้ประกอบการเริ่มพิจารณาเปลี่ยนธุรกิจไปใช้ระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับใช้แอปพลิเคชันหรือโครงสร้างพื้นฐาน การทำความเข้าใจความแตกต่างและข้อดีของบริการคลาวด์ต่างๆนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ . . Key Differences . 1. IaaS (Infrastructure as a Service) . IaaS คือ บริการบนคลาวด์จ่ายตามการใช้งานสำหรับบริการต่างๆ เช่นพื้นที่เก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และการจำลองเสมือน . ตัวอย่าง IaaS: Azure IaaS services, AWS EC2, Google Compute Engine (GCE) . ข้อดีของ IaaS: มีความยืดหยุ่นสูงและปรับขนาดได้สูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ผู้ให้บริการจะเป็นเจ้าของและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ต้องเสียเงินในการลงทุนครั้งแรก . เหมาะกับใคร: เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตและยังไม่เติบโตเต็มที่ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีด้วยตนเอง ต้องการความยืดหยุ่นสูงในการปรับขนาด . . 2. PaaS (Platform as a Service) . PaaS คือ เครื่องมือฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ทางอินเทอร์เน็ต มักใช้เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน . ตัวอย่าง PaaS: AWS Elastic Beanstalk, Windows Azure (ส่วนใหญ่ใช้เป็น PaaS), Google App Engine (GAE), Force.com . ข้อดีของ PaaS: มีความพร้อมใช้งานและปรับขนาดได้สูง สามารถสร้างแอพ, สร้างบริการและโซลูชันใหม่ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเน้นนักพัฒนาที่มีทักษะสูงในการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ ง่ายต่อการปรับใช้แบบไฮบริดคลาวด์ . เหมาะกับใคร: เหมาะกับองค์กรที่ต้องการสร้างแอปพลิเคชันที่กำหนดเอง, มีนักพัฒนา, ต้องการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเอง . . 3....

Read More