AWS Tag

ปกป้อง Multi-cloud ด้วย Azure Security Center (ASC)

ที่สุดของการดูแล Hybrid และ Multi-cloud .          Azure Security Center นั้นเป็นหนึ่งในการให้บริการของ Azure ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ซึ่งเจ้าตัว Azure Security Center นั้นจะช่วยในการค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและทำการแก้ไข รวมไปถึงการควบคุมในการเข้าถึงและการควบคุม Application เพื่อป้องกันกิจกรรมที่เป็นอันตราย อีกทั้งยังสามารถตรวจจับภัยคุกคามด้วยการวิเคราะห์และความสามารถให้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการโจมตีเข้ามา          Azure Security Center นั้นดูแลไม่เพียงแต่ผลิตภัณฑ์ของ Azure แต่ยังขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุมที่ไม่ใช่แค่ปกป้องแบบ Hybrid แต่ยังรวมไปถึง Multi-cloud อย่าง AWS (Amazon web services) และ GCP (Google cloud Platform) . ฟีเจอร์ที่สามารถครอบคลุมการใช้งานกับ Multi-cloud ได้ 1. เชื่อมต่อบัญชี AWS GCP ของคุณกับ Azure Security Center ให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับการรักษาความปลอดภัยของ Azure Security Center ซึ่งเมื่อ AWS Security Hub หรือ GCP Security...

Read More
How to reduce IT cost

เคล็ด(ไม่)ลับ ประหยัดงบด้าน IT . ในปัจจุบัน เราปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการระบาดของโรคโควิด19 นั่นกระทบถึงระบบเศรษฐกิจมากแค่ไหน แทบทุกภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวและการปิดประเทศ ซึ่งผลกระทบไม่ได้มีแค่นั้นมันยังส่งผลกระทบอื่นๆอีกมากมาย ตลอดระยะการระบาดกว่า2ปีที่ผ่านมา มันได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค เปลี่ยนวิถีชีวิตของคน ทั้งการใช้จ่าย การซื้อสินค้า คนออกจากบ้านน้อยลง . เนื่องจากรายได้ที่ลดลงบริษัทหรือองค์กร จึงหันมาลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อะไรที่มันประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ซึ่งการลดค่าใช้จ่ายบางอย่างมันสามารถช่วยให้เราประหยัดงบในระยะยาวและมีกำไรมากขึ้นได้  ดังนั้นวันนี้เราจะพามาดู 10 วิธีลดค่าใช้จ่ายด้าน IT จากทางเว็บไซต์ Gartner.com กัน . 1. เลือกจ่ายตามการใช้งานจริง . แทนที่จ่ายแบบตามสัญญาระยะยาวก็หันมาจ่ายเป็นรายปี หรือจ่ายรายเดือนแทนแบบ Subscription ตามการใช้งานจริง เลือกจ่ายตามผู้ใช้หรือตามที่พนักงานใช้จริงๆ เลือกซื้อแต่โปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งตรงนี้นั่นต้องดูแต่ละบริษัทว่ามีความต้องการแบบไหน บางทีการซื้อระยะยาวก็อาจจะประหยัดงบมากกว่า เพราะว่าการซื้อระยะยาวอาจจะมีส่วนลดพิเศษและก็สอดคล้องกับการที่บริษัทต้องใช้โปรแกรมนี้ตลอดอยู่แล้ว แต่การซื้อแบบรายเดือนก็อาจจะประหยัดสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ในระยะเวลาสั้นๆ . 2. ให้ความสำคัญกับการลดภาระรายจ่ายในระยะยาว . ไม่ใช่แค่การลดค่าใช้จ่ายเพียงระยะสั้นหรือเลื่อนออกไปชั่วคราว . 3.ให้ความสำคัญกับเงินสด . ลดค่าใช้จ่ายที่กระทบต่อเงินสดจริงในงบประมาณกำไรและขาดทุน พูดง่ายๆคือหากคุณสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ กำไรที่ตามมาก็จะเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง โดยเฉพาะหากคุณสามารถลดรายจ่ายค่าเสื่อมสภาพ การบำรุงรักษาไปได้ . 4. วางแผนตัดลดรายจ่ายให้ได้ภายในครั้งเดียว . ในการจะตัดลดรายจ่ายนั้นควรจะวางแผนให้รอบคอบ ควรดำเนินการในคราวเดียวให้เสร็จสิ้น เพื่อไม่เสียเวลา โดยเฉพาะหากแผนของคุณคือการลดพนักงาน หากคุณลดพนักงานบ่อยครั้งอาจจะกระทบต่อขวัญและกำลังใจต่อการทำงานได้ . 5. ตัดสินใจทางการเงินอย่างระมัดระวัง . ทุกครั้งที่มีการกระทำอะไรทางการเงิน คุณควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน เพราะว่าคนเรานี้จะมีความรู้ที่จะสามารถระบุจุดที่ควรปรับลดได้ สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวแน่นอน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที . 6. ค่าใช้จ่ายที่กำลังจะมาแต่ยังไม่ได้จ่าย หรือค่าใช้จ่ายที่วางแผนไว้แต่ยังไม่ได้ทำสัญญา . ถือว่าเป็นวิธีที่ง่าย หากคุณวางแผนกำลังจะทำสัญญาอะไร จะซื้ออะไร แต่คุณยังไม่ได้ชำระเงิน คุณก็สามารถพิจารณาเงื่อนไข สัญญาอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน อาจจะทบทวนเพื่อการยกเลิกหรือทบทวนเพื่อทำเงื่อนไขสัญญาใหม่ มันเหมือนเวลาคุณได้คิดๆจะซื้ออะไรสักอย่างคุณก็เลยกดใส่ตะกร้าไว้ แต่ยังไม่จ่ายตัง คุณก็สามารถเปลี่ยนใจไม่ซื้อได้ . 7. รายจ่ายด้านไอทีถือว่ารายจ่ายฝ่ายทุน . ในปัจจุบันรายจ่ายด้านไอทีถือว่ามองข้ามไม่ได้เลย หลายๆบริษัทต้องแบกรับรายจ่ายไอทีมากขึ้นตลอดทุกปี จากข้อมูลของ Gartner พบว่าค่าใช้จ่ายด้าน IT...

Read More
aws vs azure vs google

AWS Vs Azure Vs Google Cloud เปรียบเทียบความแตกต่าง . . หากพูดถึงเรื่อง Cloud computing แบรนด์ที่หลายๆคนคิดถึงเป็นตัวเลือกแรกๆ 3 เจ้า คือ เจ้าแรก AWS จาก Amazon เริ่มให้บริการจริงๆในปี 2006 เจ้าต่อมาเป็น Azure เป็นของบริษัท Microsoft โดยมันมีชื่อเต็มว่า Microsoft Azure เปิดตัวให้บริการในปี 2010 ถือว่าเป็นน้องใหม่ในตลาดถ้าดูจากปีที่เปิดตัว  ส่วนของ Google Cloud นั้น แน่นอนดูจากชื่อแล้วต้องเป็นของบริษัท Google อย่างแน่นอน  เปิดตังในปี 2008 วันนี้บทความของเราก็จะพามาเปรียบเทียบว่าเจ้าไหนเป็นยังไง อันไหนจะเหมาะสมกับธุรกิจของเรา . . สรุปความแตกต่าง . 1. ด้านการให้บริการ   . AWS บริการ The instances of virtual servers และ Virtual machines. ESC สำหรับการจัดการ Docker management Glacier archive storage บริการ Amazon cloud search วิเคราะห์ข้อมูลโดย Amazon Kinesis AWS...

Read More
AWS Networking Services

AWS Networking Services แบบใดเหมาะกับเครือข่ายของคุณ . . สถาปัตยกรรมระบบคลาวด์ต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ไม่ว่าองค์กรจะโฮสต์งานทั้งหมดในระบบคลาวด์ หรือเก็บแอปพลิเคชันและข้อมูลบางอย่างไว้ในองค์กร ระบบจะทำงานได้อย่างถูกต้องก็ต่อเมื่อมีการเชื่อมต่อ Network ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้และระหว่างทรัพยากร . ทีมไอทีพึ่งพาบริการเครือข่ายคลาวด์สาธารณะในการจัดการและตรวจสอบปริมาณการใช้งานอำนวยความสะดวกในการสื่อสารข้ามสภาพแวดล้อมปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจากการเปิดเผยต่อสาธารณะและฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมาย . AWS นำเสนอบริการที่หลากหลายเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ระบบคลาวด์สร้างและรักษาการเชื่อมต่อเครือข่ายและความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชันของตนทั้งในองค์กรและในระบบคลาวด์ สำรวจรายการบริการเครือข่าย AWS นี้เพื่อดูว่าคุณลักษณะใดตรงตามข้อกำหนดเครือข่ายของคุณ . . Amazon Virtual Private Cloud . Amazon Virtual Private Cloud (VPC) สร้างเครือข่ายเสมือนที่นักพัฒนาสามารถเปิดใช้ทรัพยากรในส่วนที่แยกต่างหากของ AWS cloud นักพัฒนาใช้เครื่องมือนี้เพื่อเปิดใช้งานการสื่อสารที่ปลอดภัยระหว่างส่วนต่างๆของเครือข่ายคลาวด์เช่นอินสแตนซ์ Amazon EC2 ใน subnets ที่แตกต่างกัน . การกำหนดค่าเครือข่ายสามารถปรับแต่งได้ด้วย Amazon VPC ดังนั้นนักพัฒนาจึงสามารถควบคุมตัวเลือกการกำหนดค่าได้เช่นช่วงที่อยู่ IP และเมื่อไหร่ที่จะใช้ subnets สาธารณะและส่วนตัว นักพัฒนาและผู้ดูแลระบบยังสามารถสร้างกลุ่มความปลอดภัยและใช้รายการควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายเพื่อกรองการรับส่งข้อมูลสำหรับเครือข่ายเสมือนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น คุณลักษณะการกำหนดเส้นทางขาเข้าของ VPC เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มความปลอดภัยของเครือข่าย VPC การกำหนดเส้นทางขาเข้า VPC ช่วยให้คุณสามารถปรับใช้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเพื่อคัดกรองการรับส่งข้อมูล VPC ขาเข้าและขาออก . ทีมไอทีใช้ Amazon VPC เพื่อเชื่อมต่อแอปพลิเคชันระบบคลาวด์กับศูนย์ข้อมูลและเชื่อมต่อเครือข่ายขององค์กรกับระบบคลาวด์รวมถึงกรณีการใช้งานอื่น ๆ . . Elastic Load Balancing . Elastic Load Balancing (ELB) เป็นบริการของ Amazon ที่กระจายการรับส่งข้อมูลแอปพลิเคชันขาเข้าโดยอัตโนมัติในหลายเป้าหมายและ Availability Zone นอกจากนี้ยังปรับขนาดทรัพยากรเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการจราจร ELB กระจายการรับส่งข้อมูลไปยังเป้าหมายรวมถึงอินสแตนซ์...

Read More
IaaS vs. PaaS vs. SaaS

เปรียบเทียบความแตกต่าง IaaS vs. PaaS vs. SaaS . . ระบบคลาวด์เป็นประเด็นร้อนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อผู้ประกอบการเริ่มพิจารณาเปลี่ยนธุรกิจไปใช้ระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับใช้แอปพลิเคชันหรือโครงสร้างพื้นฐาน การทำความเข้าใจความแตกต่างและข้อดีของบริการคลาวด์ต่างๆนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ . . Key Differences . 1. IaaS (Infrastructure as a Service) . IaaS คือ บริการบนคลาวด์จ่ายตามการใช้งานสำหรับบริการต่างๆ เช่นพื้นที่เก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และการจำลองเสมือน . ตัวอย่าง IaaS: Azure IaaS services, AWS EC2, Google Compute Engine (GCE) . ข้อดีของ IaaS: มีความยืดหยุ่นสูงและปรับขนาดได้สูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ผู้ให้บริการจะเป็นเจ้าของและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ต้องเสียเงินในการลงทุนครั้งแรก . เหมาะกับใคร: เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตและยังไม่เติบโตเต็มที่ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีด้วยตนเอง ต้องการความยืดหยุ่นสูงในการปรับขนาด . . 2. PaaS (Platform as a Service) . PaaS คือ เครื่องมือฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ทางอินเทอร์เน็ต มักใช้เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน . ตัวอย่าง PaaS: AWS Elastic Beanstalk, Windows Azure (ส่วนใหญ่ใช้เป็น PaaS), Google App Engine (GAE), Force.com . ข้อดีของ PaaS: มีความพร้อมใช้งานและปรับขนาดได้สูง สามารถสร้างแอพ, สร้างบริการและโซลูชันใหม่ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเน้นนักพัฒนาที่มีทักษะสูงในการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ ง่ายต่อการปรับใช้แบบไฮบริดคลาวด์ . เหมาะกับใคร: เหมาะกับองค์กรที่ต้องการสร้างแอปพลิเคชันที่กำหนดเอง, มีนักพัฒนา, ต้องการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเอง . . 3....

Read More
aws vs azure

AWS VS Azure เปรียบเทียบความแตกต่างแบบชัดๆ . . ภาพรวมความแตกต่าง . AWS ไม่เปิดกว้างสำหรับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ส่วนตัวหรือบุคคลที่สาม . Azure เปิดให้ใช้กับระบบไฮบริดคลาวด์ . AWS มีคุณสมบัติและการกำหนดค่าเพิ่มเติมและมอบความยืดหยุ่นพลังและการปรับแต่งมากมาย พร้อมรองรับการรวมเครื่องมือของบุคคลที่สามจำนวนมาก . Azure ผู้ใช้จำเป็นต้องเลือกฮาร์ดดิสก์เสมือนเพื่อสร้าง VM ซึ่งได้รับการกำหนดค่าล่วงหน้าโดยบุคคลที่สาม ผู้ใช้ต้องระบุจำนวนคอร์และหน่วยความจำที่ต้องการ . AWS ผู้ใช้ EC2 [Amazon Elastic Compute] สามารถกำหนดค่า VMS ของตนเองหรืออิมเมจที่กำหนดค่าไว้ล่วงหน้า . Azure ใช้งานง่ายหากคุณคุ้นเคยกับ Windows เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม Windows การรวมเซิร์ฟเวอร์ Windows ในองค์กรเข้ากับอินสแตนซ์ระบบคลาวด์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดนั้นค่อนข้างง่าย . AWS เป็นไปตามรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานและการเรียกเก็บเงินต่อชั่วโมง . Azure ยังเป็นไปตามรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานและค่าบริการต่อนาทีซึ่งให้รูปแบบการกำหนดราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น . AWS นำเสนอคลาวด์ส่วนตัวเสมือนเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายแยกต่างหากภายในคลาวด์ . Azure นำเสนอเครือข่ายเสมือนซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายแยกเครือข่ายย่อยตารางเส้นทางช่วงที่อยู่ IP ส่วนตัวเช่นเดียวกับ AWS . AWS นำเสนอพื้นที่เก็บข้อมูลชั่วคราวซึ่งสามารถกำหนดได้เมื่ออินสแตนซ์เริ่มต้น จากนั้นจะทำลายเมื่อสิ้นสุดการทำงาน, S3 [Simple Storage Service] ใช้สำหรับจัดเก็บอ็อบเจ็กต์ . Azure นำเสนอที่เก็บข้อมูลชั่วคราวโดยบล็อกที่เก็บข้อมูลผ่านเพจ Blobs สำหรับ VMs และ Block Blobs สำหรับที่เก็บอ็อบเจ็กต์ . . Computing . AWS ใช้เซิร์ฟเวอร์ของตนเองในการคำนวณประมวลผลและคำนวณในชุดข้อมูลทั้งหมด สามารถปรับขนาดเป็นหลายพันโหนดการประมวลผลด้วยความช่วยเหลือของผู้ให้บริการคลาวด์ตามความต้องการของตัวเอง (ไม่ใช่ของลูกค้า) AWS ใช้ Elastic Compute Cloud (EC2) เป็นโซลูชันหลักสำหรับการประมวลผลที่ปรับขนาดได้และสำหรับการจัดการคอนเทนเนอร์ซอฟต์แวร์ด้วย Docker หรือ Kubernetes ซึ่งใช้ UCS Container...

Read More
aws vs azre

AWS vs Azure เปรียบเทียบ Cloud Storage Service . . ระบบ cloud storage คือการจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบคลาวด์บนเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในระยะไกล เพื่อให้สามารถเรียกดูและเรียกใช้ข้อมูลได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  . แล้ว Cloud Storage Service ของแต่ละ Provider มันต่างกันอย่างไร? มาดูการเปรียบเทียบกันเลย . . AWS (Amazon Web Services) . เป็นผู้นำในแง่การบริการ IaaS ในขณะนี้ และในประเทศไทยเองก็มีกลุ่ม Developer ที่เป็น Startup หลายๆที่ใช้งาน IaaS อยู่ สาเหตุที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยและทั่วโลกนั้น เห็นจะเป็น Scope of operation ที่สามารถขยายตามความต้องการและมีเซอร์วิสให้เลือกใช้ ทำให้เป็นที่นิยมภายในองค์กรเนื่องจากความสามารถในการดูแลผู้ใช้และทรัพยากรที่ใช้งานจำนวนมากได้ จุดแข็งของ AWS นั้นจะค่อนข้างทำงานกับ developer รายย่อยกันอย่างใกล้ชิดมากกว่าที่อื่น และทาง AWS ก็ position ตัวเองไว้ค่อนข้างชัดในระดับหนึ่ง . Microsoft Azure . ไมโครซอฟต์ ไม่ได้เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการของคลาวด์ ซึ่งจริงๆแล้วไมโครซอฟต์ได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปีสองพันต้นๆในการบริการ OneDrive อย่างที่เราทราบกันดีว่าไมโครซอฟต์ให้บริการซอฟต์แวร์แบบซื้อขาดอย่าง Microsoft Office มาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของซอฟต์แวร์ใช้งานในสำนักงานไปแล้ว นอกจาก Microsoft Office แล้วยังมี Windows Server, Office365 (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft365), SQL server,...

Read More

การใช้งาน cloud ในองค์กรทุกวันนี้ มีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันสามารถขยายเสกลได้รวดเร็วกว่า การลดต้นทุน และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ แต่การเปลี่ยนการทำงานจาก on-premise มาเป็น on-cloud ก็ทำให้หลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัย ทาง Rapid7 ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการ public cloud ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon Web Services เพื่อแก้ปัญหานี้ Rapid7 ได้ออกเครื่องมือที่ชื่อว่า Insight Platform ที่ทำงานด้านการเสาะหาและจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย โดยเครื่องมือนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ระดับเรือธงของบริษัท ที่รับประกันว่าคุณภาพจะจัดเต็มแน่นอน Insight Platform มีหน้าที่หลักคือ แสกนและมอนิเตอร์ ช่องโหว่ในระบบ, ปัญหาคอขวด, แอปฯ ที่ไม่ปลอดภัย และพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงจากผู้ใช้ ซึ่งใน platform นั้นจะมีเครื่องมือย่อยๆ อีกหลายชิ้น เช่น InsightVM, InsightOps, InsightAppSec และ InsightIDR เครื่องมือเหล่านี้จะรวบรวมข้อมูลการทำงาน และแสดงผลให้เห็นชัด เข้าใจง่ายภายในหน้าเดียว ช่วยให้ DevOps, IT และ InfoSec รับรู้ข้อมูลสำคัญได้ตลอดเวลา   แต่ละเครื่องมือจะมีการใช้งานต่างกันดังนี้: การแสกนหาจุดอ่อนด้านความปลอดภัย - ด้วยเครื่องมือ  InsightVM ที่เป็น pre-authorized scan engine ผู้ใช้สามารถเลือกติดตั้งลงบน AWS ได้จาก Marketplace...

Read More

การใช้งานของ AWS ในปัจจุบันได้ขยายตัวจากระบบเก็บข้อมูลของลูกค้า ไปสู่การทำงานแบบ business-critical และนั่นทำให้ AWS ยกระดับการรักษาความปลอดภัยเพื่อรองรับการขยายตัวนั้น   ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Amazon Web Service ได้ประกาศเริ่มต้นเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่ชื่อว่า AWS Security Hub โดยระบบของ AWS Security Hub จะทำงานร่วมกับระบบของ Sophos ได้อย่างไร้ปัญหา   Sophos ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในด้าน visibility ทำให้มองเห็นภัยคุกคามได้รวดเร็วขึ้น และจัดการมันได้อย่างทันท่วงที ด้วยการรวบรวมข้อมูลและแสดงผลออกมาให้เข้าใจได้ง่าย   ถ้าใครที่ใช้ Sophos Central มาก่อนอยู่แล้ว รับรองว่าจะต้องคุ้นกับ interface ของ AWS Security Hub อย่างแน่นอนเพราะทั้งสองเครื่องมือสามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ และรายงานผลออกมาให้เข้าใจง่ายภายในหน้าเดียว ไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจใหม่แต่อย่างไร ความร่วมมือระหว่าง Sophos บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จากประเทศอังกฤษ กับ Amazon ยักษ์ใหญ่แห่งซิลิคอนวัลเลย์ จากสหรัฐ ทำให้ผู้ที่ใช้งาน Sophos Central สามารถ monitor การทำงานและ event ต่างๆ ของ AWS จากหน้า interface ของ Sophos Central ได้เลย การรวบรวมข้อมูลทุกอย่างมาไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้ผู้ดูแลระบบทำงานได้สะดวกขึ้นมาก   Sophos Central มาพร้อมกับเครื่องมือระดับท็อปของ...

Read More