Cloud Tag

. . . . ERP คืออะไร? . ระบบ ERP เป็นการวางแผนทรัพย์กรขององค์กรซึ่งจะครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ การวางแผนและการจัดการฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆไว้ในที่เดียวกันเพื่อให้เป็นระบบมาตรฐานเดียว ในการใช้งานที่รวดเร็วและให้องค์กรนั้นได้มีการบริหารและการใช้ ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น .  Data Analytics เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินสามารถวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเพื่อให้เข้าใจถึงปัญหา หรือพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้องค์กรนั้นสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อธุรกิจให้มีประสิทธิมากยิ่งขึ้น . ในปัจจุบันระบบ ERP ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริม Data Analytics ในองค์กรภาคธุรกิจกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในภาคธุรกิจนั้นก็ได้นำเทคโนโลยี Data Analytics นั้นเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และยังสามารถแปลงข้อมูลต่างๆ ให้กลายเป็นผลวิเคราะห์เชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในระบบ ERP . . On-premise ERP ได้รับการติดตั้งและจัดการโดยเจ้าหน้าที่ไอทีของ บริษัท หรือผู้ให้บริการที่มีการจัดการ ธุรกิจอนุญาตให้ใช้งานแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์หลักล่วงหน้าจากนั้นซื้อหรือเช่าเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรเครือข่ายและที่เก็บข้อมูลเพื่อใช้งานจริงและเป็นที่เก็บซอฟต์แวร์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจที่ใช้ ERP ในองค์กรต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการบำรุงรักษาการแก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์เสริมการอัปเดตและการปรับแต่ง ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและความปลอดภัยตลอดจนระบบจัดเก็บข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์สำรองก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จำเป็นเช่นกัน . . Cloud ERP ได้รับการโฮสต์และจัดการโดยผู้ขายซึ่งจัดหาซอฟต์แวร์ในรูปแบบ "เป็นบริการ" ผ่านระบบคลาวด์ ผู้จำหน่ายเป็นผู้รับผิดชอบแอปพลิเคชันการจัดเก็บข้อมูลระบบปฏิบัติการพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์โครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูลทางกายภาพและการติดตั้งการอัปเดตความปลอดภัยและการอัปเกรด . . ในความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง on-premises และ cloud ERP คือการทำงานของซอฟต์แวร์ และใครเป็นคนจัดการ แต่ก็มีข้อแตกต่างที่สำคัญอื่น ๆเช่นกัน . . โครงสร้างพื้นฐานและต้นทุนการดำเนินงาน . ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของโซลูชัน ERP บนคลาวด์คือต้นทุนโดยรวมที่ลดลงซึ่งเริ่มต้นที่การนำไปใช้งาน ด้วย On-premise ERP ธุรกิจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในการซื้อเซิร์ฟเวอร์การสร้างฐานข้อมูลการใช้งานครั้งแรก ทั้งยังมีเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการสำรองข้อมูล . บริษัท ที่มีระบบ On-premise ERP จะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการบำรุงรักษาทรัพยากรเฉพาะในองค์กรหรือในการโทรการอัปเกรดและการอัปเดตรวมถึงเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมเมื่อบริษัทเติบโตขึ้น โดยทั่วไป Cloud ERP จะมีราคาน้อยกว่า ERP ในองค์กรประมาณ 30% เนื่องจากผู้จำหน่ายระบบคลาวด์ ERP...

Read More
aws vs azure

AWS VS Azure เปรียบเทียบความแตกต่างแบบชัดๆ . . ภาพรวมความแตกต่าง . AWS ไม่เปิดกว้างสำหรับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ส่วนตัวหรือบุคคลที่สาม . Azure เปิดให้ใช้กับระบบไฮบริดคลาวด์ . AWS มีคุณสมบัติและการกำหนดค่าเพิ่มเติมและมอบความยืดหยุ่นพลังและการปรับแต่งมากมาย พร้อมรองรับการรวมเครื่องมือของบุคคลที่สามจำนวนมาก . Azure ผู้ใช้จำเป็นต้องเลือกฮาร์ดดิสก์เสมือนเพื่อสร้าง VM ซึ่งได้รับการกำหนดค่าล่วงหน้าโดยบุคคลที่สาม ผู้ใช้ต้องระบุจำนวนคอร์และหน่วยความจำที่ต้องการ . AWS ผู้ใช้ EC2 [Amazon Elastic Compute] สามารถกำหนดค่า VMS ของตนเองหรืออิมเมจที่กำหนดค่าไว้ล่วงหน้า . Azure ใช้งานง่ายหากคุณคุ้นเคยกับ Windows เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์ม Windows การรวมเซิร์ฟเวอร์ Windows ในองค์กรเข้ากับอินสแตนซ์ระบบคลาวด์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดนั้นค่อนข้างง่าย . AWS เป็นไปตามรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานและการเรียกเก็บเงินต่อชั่วโมง . Azure ยังเป็นไปตามรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานและค่าบริการต่อนาทีซึ่งให้รูปแบบการกำหนดราคาที่แม่นยำยิ่งขึ้น . AWS นำเสนอคลาวด์ส่วนตัวเสมือนเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายแยกต่างหากภายในคลาวด์ . Azure นำเสนอเครือข่ายเสมือนซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างเครือข่ายแยกเครือข่ายย่อยตารางเส้นทางช่วงที่อยู่ IP ส่วนตัวเช่นเดียวกับ AWS . AWS นำเสนอพื้นที่เก็บข้อมูลชั่วคราวซึ่งสามารถกำหนดได้เมื่ออินสแตนซ์เริ่มต้น จากนั้นจะทำลายเมื่อสิ้นสุดการทำงาน, S3 [Simple Storage Service] ใช้สำหรับจัดเก็บอ็อบเจ็กต์ . Azure นำเสนอที่เก็บข้อมูลชั่วคราวโดยบล็อกที่เก็บข้อมูลผ่านเพจ Blobs สำหรับ VMs และ Block Blobs สำหรับที่เก็บอ็อบเจ็กต์ . . Computing . AWS ใช้เซิร์ฟเวอร์ของตนเองในการคำนวณประมวลผลและคำนวณในชุดข้อมูลทั้งหมด สามารถปรับขนาดเป็นหลายพันโหนดการประมวลผลด้วยความช่วยเหลือของผู้ให้บริการคลาวด์ตามความต้องการของตัวเอง (ไม่ใช่ของลูกค้า) AWS ใช้ Elastic Compute Cloud (EC2) เป็นโซลูชันหลักสำหรับการประมวลผลที่ปรับขนาดได้และสำหรับการจัดการคอนเทนเนอร์ซอฟต์แวร์ด้วย Docker หรือ Kubernetes ซึ่งใช้ UCS Container...

Read More

. . On-Cloud คือ ระบบ Server หรือ การวางฐานข้อมูลไว้ในระบบ server ที่อยู่บน Cloud ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของการแบ่งปัน และเชื่อมต่อข้อมูล อีกทั้งการลงทุนค่อนข้างต่ำ ผู้ใช้งานไม่ต้องลงทุนในการซื้อ Hardware หรือ Software เอง ซึ่งในส่วนนี้ผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแล Hardware และ Upgrade ซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยผู้ใช้งานต้องทำการจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน และคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ . On-Premise คือ การที่ติดตั้ง หรือ วางระบบ Server ไว้ภายในองค์กร โดยอาศัยการแชร์ข้อมูลจากส่วนกลางของ Server พนักงานทุกแผนกจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่แชร์ผ่าน Server ในองค์กร ซึ่งการใช้ระบบแบบ On-Premise จะต้องมีการลงทุนค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังต้องทำการติดตั้ง Hardware, Software บำรุงรักษา หรือ Upgrade ระบบเอง เพื่อให้ระบบ server สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น   ทำไม Cloud เป็นสิ่งที่คุ้มกว่า? . ผลประโยชน์ด้านการเงิน ลดค่าใช้จ่าย โดยค่าใช้จ่ายจะต่ำลงเมื่อใช้บริการคลาวด์ เปรียบเทียบกับการต้องสร้างและบำรุงรักษาระบบด้วยตนเอง ลดต้นทุนโดยรวมในการเป็นเจ้าของ ลงทุนจริงเท่าที่ใช้งาน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ถูกกว่า ทำให้ Cash Flow บริษัทดีขึ้น โดยเปลี่ยนจาก รายจ่ายเพื่อการได้มาของสินทรัพย์(ซึ่งมีค่าเสื่อมทุกปี)...

Read More

การทำงานขององค์กรต่างๆ ในปัจจุบัน อยู่บน cloud มากขึ้น ทำให้เทรนด์ของ Firewall เปลี่ยนไปด้วย ในปีที่ผ่านมา หลายองค์กรนิยมใช้ Firewall ที่มีขอบเขตการควบคุมที่เล็กลง เพิ่ม micro-segmentation มากขึ้น ให้สอดคล้องกับกลยุทธแบบ zero trust การใช้ Firewall จากส่วนกลาง เพื่อควบคุม network ทั้งหมด ได้รับความนิยมน้อยลง และหลายๆ บริษัทก็ไม่ได้มีมาตรการด้าน Firewall บน cloud อย่างเฉพาะเจาะจง เพราะยังขาด know how ของ Cloud Firewall จากการสำรวจ State of the Firewall Report 2018 ของ Firemon พบว่า ต้นเหตุของปัญหาข้อมูลภายในองค์กรรั่วไหลโดยส่วนใหญ่ เกิดจากการตั้งค่า Cloud Firewall ที่ผิดพลาด สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเราตั้งค่าผิดพลาด มาจาก architecture ของ cloud เองที่ซับซ้อน และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับแต่งอะไรได้มากนัก หลายๆ บริษัทก็ใช้ Firewall พื้นฐานที่ติดมากับ cloud server ของ cloud service...

Read More

หนึ่งในฟังก์ชั่นสำคัญของ XG Firewall v17.1 ของ Sophos ก็คือ Cloud Application Visibility ซึ่งก็คือการ monitor พวก cloud application ต่างๆ นั่นทำให้แผนก IT สามารถบริหาร network ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น   ความสามารถด้านการมองเห็น cloud application ทำให้ XG Firewall v17.1 เป็นเหมือนหน้าด่านด้านความปลอดภัยในคลาวด์หรือในชื่ออย่างเป็นทางการว่า Cloud Access Security Broker (CASB) ที่เป็นตัวกลางระหว่าง user กับ cloud application ต่างๆ มีหน้าที่สอดส่อง ระบุตัวตน และดูแลรักษามาตรการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้     CASB มีหน้าที่หลัก 4 ประการด้วยกัน Visibility – แสดงข้อมูลเชิงลึกของบริการต่างๆ ในคลาวด์ที่เปิดใช้งานเพื่อเก็บข้อมูล Compliance – ทำให้ข้อมูลในคลาวด์ว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์และตามถิ่นที่อยู่ของข้อมูล (Data residency) Data Security – ทำให้ข้อมูลนั้นปลอดภัยเช่นการเข้ารหัส ควบคุมการเข้าถึง และการจำกัดสิทธิ Threat Protection – ป้องกันภัยคุกคามจากภายในรวมถึงชื่อบัญชีที่ไม่แข็งแกร่งเพียงพอ   การรายงานผล XG Firewall v17.1 มีหน้าจอรายงานข้อมูลการใช้งาน cloud application...

Read More

อ้างอิงข้อมูลจากหลายสื่อไม่ว่าจะเป็น “วิกิพีเดียหรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ต่างๆ” ต่างให้ข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า… Cloud Security ถือเป็นการสร้างกรอบความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ โดยควบคุมและดำเนินการบนระบบ Cloud เป็นหลัก เพื่อป้องกันความปลอดภัยกับข้อมูลแอพพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องของกับระบบ “Cloud Computing”   ไม่มีข้อโต้แย้งใดกับคำว่า “Cloud Computing” จะสามารถยกระดับประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูล รวมถึงกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยขององค์กรได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และในปัจจุบัน ระบบ “Cloud Computing” ถือเป็นระบบที่สามารถพึ่งพาและใช้งานจริงได้ รวมไปถึงความสามารถในการใช้งานแบบบริหารความปลอดภัยเป็นแบบส่วนตัว และความสามารถในการผสมผสานการทำงานกับระบบต่างๆ โดยจะส่งผลลัพธ์ที่ได้ดีกว่าระบบการทำงานแบบเก่าอย่างแน่นอน   และนี่คือ “5 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Cloud Computing Security?” ก่อนเริ่มใช้งาน   1) Network Segmentation   ระบบ “Cloud Computing Security” จะสามารถพิจารณาพื้นที่ปลอดภัย เพื่อเก็บอินสแตนซ์และแอปพลิเคชั่น ซึ่งแน่นอนว่าจะสามารถหยุดการเคลื่อนไหวและการโจมตีของภัยคุกคามได้เป็นอย่างดี   2) Cloud-based Access Controls   การเข้าถึงในทุกส่วนของระบบ “Cloud Computing” จะมีรายงานการเข้าใช้งานเพื่อควบคุมการเข้าถึงบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Virtual infrastructure, Operating systems, Applications และเครื่องมืออื่นๆภายในระบบ นอกจากนี้คุณจะต้องเข้าใจว่าการเก็บข้อมูลภายในระบบ “Cloud Computing” ไม่ได้เป็นการเก็บข้อมูลแบบสาธารณะ แต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลแบบสาธารณะ และเก็บอยู่ในกรอบความปลอดภัยขั้นสูง ตามที่คุณได้ตั้งค่าการเข้าถึงไว้เพียงเท่านั้น       3) Multi-tenancy in Cloud Computing   ถึงแม้ว่าจะเป็นการเช่าใช้ระบบ Cloud Computing ในหลากผู้ให้บริการ...

Read More